บัญชีรายรับรายจ่าย ทำยังไงให้ถูกแบบสรรพากร พร้อมแจก Template
บัญชีรายรับรายจ่าย หรือที่กรมสรรพากรเรียกว่า "รายงานเงินสดรับ-จ่าย" คือการบันทึกเงินที่ได้รับและจ่ายออกของกิจการในแต่ละวัน เพื่อสรุปว่าแต่ละเดือนกำไรหรือขาดทุน และใช้เป็นหลักฐานหักค่าใช้จ่ายตามจริงตอนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายงานที่สรรพากรยอมรับต้องมีอย่างน้อย 6 ช่อง เขียนเป็นภาษาไทย และบันทึกภายใน 3 วันนับจากวันที่มีรายรับหรือรายจ่าย
สารบัญ:
บัญชีรายรับรายจ่ายคืออะไร ใครต้องทำ
บัญชีรายรับรายจ่ายเหมาะกับผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน เช่น ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือฟรีแลนซ์ ที่ต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนการหักแบบเหมา ส่วนบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องทำบัญชีเต็มรูปแบบตามกฎหมายการบัญชี ใช้บัญชีรายรับรายจ่ายแทนไม่ได้
| ประเภทผู้ประกอบการ | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| บุคคลธรรมดา (ร้านค้า ฟรีแลนซ์ ขายออนไลน์) ที่เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง | ทำรายงานเงินสดรับ-จ่ายตามแบบสรรพากร + เก็บหลักฐานทุกฉบับ |
| บุคคลธรรมดาที่เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา | ไม่บังคับ แต่ควรทำเพื่อดูกำไร-ขาดทุนของกิจการ |
| บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล | ทำบัญชีเต็มรูปแบบตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 |
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายเบื้องต้นที่ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจควรรู้
กรมสรรพากรได้กำหนดรูปแบบในการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจสามารถศึกษารายละเอียดได้ดังนี้
1. สร้างรายงานบัญชีรายรับรายจ่าย
ในส่วนของการสร้างรายงานบัญชีรายรับรายจ่าย จะต้องมีรายการและข้อความต่าง ๆ ตามที่รูปแบบของกรมสรรพากรกำหนด
2. จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นรูปแบบภาษาไทย
การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ผู้ประกอบการจะต้องทำการจัดทำในรูปแบบภาษาไทยเท่านั้น กรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีภาษาไทยกำกับอยู่ด้วย
3. บันทึกรายการภายใน 3 วัน
การบันทึกรายการรายรับรายจ่ายจะต้องทำการบันทึกภายใน 3 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่มีรายรับหรือจ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดเงินคลาดเคลื่อน
4. รายละเอียดของรายการในรายงานบัญชีรายรับรายจ่าย
- ต้องมีเอกสารประกอบการลงรายงาน เช่น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี เป็นต้น
- รายจ่ายที่นำมาลงในรายงานรายรับรายจ่าย จะต้องเป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือกิจการโดยตรง
- ลงรายการรายรับและรายจ่ายเป็นยอดรวมของแต่ละวันทำการ โดยมีเอกสารประกอบ หรือหากต้องการลงรายละเอียดรายการรายรับรายจ่าย หรือแยกเป็นรายการก็ได้เช่นกัน
- ในส่วนของภาษีที่เกิดจากรายจ่าย สามารถลงเป็นต้นทุนของสินค้าได้ กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- หากมีการขายสินค้า/ให้บริการ ซื้อสินค้า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เป็นเงินเชื่อ (เงินค่าสิ่งของที่ยอมให้ชำระภายหลังเมื่อซื้อขาย) ให้บันทึกรายการในวันที่ได้รับ/จ่ายสินค้า หรือบริการ โดยอธิบายเพิ่มเติมในช่อง “หมายเหตุ”
5. สรุปยอดรายรับ-รายจ่ายเป็นรายเดือน
การสรุปยอดรายรับ-รายจ่าย ให้ทำการสรุปยอดเป็นรายเดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา จะต้องทำการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) โดยสามารถนำรายการบัญชีรายรับรายจ่าย มาแสดงยอดเงินได้พึงประเมินจากการทำธุรกิจ และนำมาหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้
บัญชีรายรับรายจ่ายที่ถูกต้องตามรูปแบบของสรรพากร
การจัดทำรายการเงินสดรับ-จ่าย หรือบัญชีรายรับรายจ่ายนั้น จะต้องมีรายการตามรูปแบบที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ช่องของ “วัน เดือน ปี” :
เพื่อใช้บันทึกวันที่ เดือน ปี ที่มีรายการรายรับและรายจ่ายเงิน
2. ช่องของ “รายการ” :
เพื่อใช้บันทึกรายละเอียดของรายการรายรับและรายจ่าย เช่น ค่าซื้อสินค้า ค่าน้ำ ค่าบริการ เป็นต้น
3. ช่องของ “รายรับ” :
เพื่อสำหรับบันทึกจำนวนเงินที่ได้รับตามรายละเอียดของรายการในช่อง “รายการ”
4. ช่องของ “รายจ่าย (ซื้อสินค้า)” :
ในส่วนของรายจ่ายที่เป็นประเภทซื้อสินค้าใช้สำหรับบันทึกจำนวนเงินที่ทำการจ่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือกิจการโดยตรง
5. ช่องของ “รายจ่าย (ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ )” :
ใช้สำหรับบันทึกเงินค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าขนส่ง เป็นต้น ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือกิจการ
6. ช่องของ “หมายเหตุ” :
ใช้สำหรับอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม กรณีมีการขายสินค้า/ซื้อสินค้า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เป็นเงินเชื่อ โดยบันทึกรายการในวันที่ได้รับ/จ่ายสินค้านั้น
กรณีที่ผู้ประกอบการต้องการเพิ่มในส่วนของช่องรายการอื่น ๆ นอกเหนือจากที่สรรพากรกำหนดนั้น สามารถทำได้เช่นกัน ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มได้ตามความเหมาะสมหรือตามรูปแบบของธุรกิจของตนเองได้
หมายเหตุ : รายงานเงินสดรับ-จ่าย หมายถึง บัญชีรายงานแสดงรายได้และรายจ่าย
ตัวอย่างบัญชีรายรับรายจ่าย
Tips! สามารถดาวน์โหลด Template: บัญชีรายรับรายจ่าย
สรุปบัญชีรายรับรายจ่าย สำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นทำธุรกิจทำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและวางแผนงานต่าง ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจที่ขาดไม่ได้เลยคือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพทางการเงินของกิจการว่ามีสภาพคล่องตัวเป็นอย่างไร และเป็นที่น่าพึงพอใจหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องของการวางแผนในการประกอบกิจการได้เป็นอย่างดี
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่าย
ถาม : ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเอง ยื่นภาษีหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้จริงไหม?
ตอบ : ได้จริงครับ สำหรับบุคคลธรรมดา (เช่น ร้านค้าออนไลน์, ฟรีแลนซ์) สรรพากรยอมให้เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องจัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่ายให้ถูกต้องตามรูปแบบที่สรรพากรระบุ และต้องเก็บใบเสร็จรับเงินหลักฐานทุกฉบับไว้ให้ตรวจสอบ ยอดเงิน
ถาม : หากไม่ได้จด VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เวลาซื้อของมี VAT ต้องลงบัญชียังไง?
ตอบ : หากธุรกิจของเราไม่ได้จดทะเบียน VAT เมื่อเราไปซื้อวัตถุดิบแล้วมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% พ่วงมาด้วย ให้มียอด VAT นั้นรวมเป็น "ต้นทุนของสินค้าหรือค่าใช้จ่าย" ไปได้เลยครับ ไม่ต้องแยกช่องภาษีซื้อออกมาต่างหากเหมือนบริษัทใหญ่ ๆ
ถาม : เก็บใบเสร็จรับเงินและรายงานรายรับรายจ่ายไว้นานแค่ไหน ถึงจะปลอดภัย?
ตอบ : กฎหมายสรรพากรกำหนดให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบการลงบัญชีและรายงานเงินสดรับ-จ่ายไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ยื่นแบบ เพื่อรองรับการเรียกตรวจย้อนหลัง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม:
