PageView Facebook
คู่มือการใช้งานโปรแกรม

ให้คุณได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ

ตั้งค่าการลงเวลาการทำงาน

  ตั้งค่าการลงเวลาการทำงาน ใช้สำหรับการตั้งค่ารูปแบบการลงเวลา หรือ ข้อมูลการลงเวลาต่าง ๆ เช่น การป้องกันเวลาซ้ำ จะต้องป้องกันไว้กี่นาที, การลงเวลาผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นการสแกนใบหน้า หรือเช็คอินจากแผนที่ เป็นต้น


ตั้งค่าการลงเวลาการทำงาน

เข้าไปที่เมนู “ตั้งค่าทั่วไป” หลังจากนั้นทำการตั้งการลงเวลาทำงานตามที่ต้องการโดยมีรายละเอียดดังนี้


1. ป้องกันเวลาซ้ำ โดยตั้งให้ห่างกันกี่นาที

ใช้สำหรับการกำหนดป้องกันพนักงานลงเวลาซ้ำกัน กับช่วงเวลาก่อนหน้า


เช่น พนักงานลงเวลาครั้งแรก 15:57 น. หากลงเวลาอีกครั้ง 15:58 น. จะไม่สามารถลงได้และขึ้นแจ้งเตือน “เวลาซ้ำ” เนื่องจาก 15:57 – 15:58 น. อยู่ในช่วงเวลา 5 นาทีที่ได้ป้องกันไว้


2. เพิ่มเวลาระหว่างกะการทำงานให้อัตโนมัติ

ใช้กับพนักงานที่ทำงานควบกะการทำงานหากมีการ “เปิด” ใช้งานไว้ พนักงานที่ลงเวลาการทำงานในกะการทำงานประเภท "ควบกะการทำงาน" หากลงเวลา ขาเข้าของกะแรก และขาออกของกะที่สอง ช่วงเวลาระหว่างกลางระบบจะเติมให้อัตโนมัติ


เช่น กะการทำงานควบ กะแรก 08:00 – 17:00 กะที่สอง 17:00 – 23:00 พนักงานลงเวลา 08:00 และ 23:00 น. ระบบจะทำการเติมช่วงเวลาระหว่างกลางคือ 17:00 ที่เป็นขาออกของกะแรก และ 17:00 ที่เป็นขาเข้าของกะที่สอง ดังภาพ


3.เปิด/ปิด การใช้งานฟังชั่น Face Recognition

เป็นการเลือกรูปแบบการลงเวลา ว่าจะให้สแกนใบหน้าหรือไม่

หาก “ปิด” จะเป็นการลงเวลาด้วยการ Check-in จากแผนที่

หาก “เปิด” การลงเวลาจาก Application จะเป็นการสแกนใบหน้า


ตัวอย่าง การลงเวลาจาก Application HumanSoft ของการ “ปิด” Face Recognition  กับ “เปิด” Face Recognition

ปิด - Face Recognition


เปิด - Face Recognition

การลงเวลาหลังด้วยการสแกนใบหน้าสามารถทำได้ดังนี้


4.ในกรณีสแกนใบหน้าแล้วไม่ใช่ตัวเอง เปิดให้ยืนยันว่าเป็นตัวเอง

ในกรณีที่มีพนักงานหน้าคล้ายกัน เป็นฝาแฝด ทำให้การแสกนใบหน้าระบุตัวตนผิดได้ฟังชั่นก็สามารถเลือกเปิดให้ ยืนยันว่า เป็นตัวเองได้ โดยยึดข้อมูลจากการ Login

ปิด คือ ไม่ให้ยืนยันว่าเป็นตัวเอง ต้องสแกนใบหน้าให้ถูกต้องเท่านั้น

เปิด คือ ให้ยืนยันว่าเป็นตัวเอง แม้สแกนใบหน้าไม่ถูกต้อง


5. นำเข้าเวลา

เป็นเลือกว่าหากมีการนำเข้าข้อมูลเวลาเข้ามาให้นำวินาทีเข้ามาคำนวณด้วยหรือไม่

ข้อควรระวัง : หากเลือกนำเข้าเวลาการทำงานเป็นวินาที จะส่งผลต่อการลงเวลาการทำงานของพนักงาน เนื่องจากเวลาดังกล่าวจะเข้ามาในระบบเป็นวินาทีด้วยเช่นกัน


ตัวอย่างของเวลา เมื่อเลือกหารนำเข้าเวลาเป็นวินาที


6.กำหนดสแกนนิ้วกี่ครั้งต่อวัน

คือ หากเลือก 2 ครั้ง ถ้าระหว่างวันมีการสแกนนิ้วมากกว่า 2 ครั้ง/วัน ระบบจะนำเวลา ครั้งที่ 1 และครั้งสุดท้าย มาคำนวณเวลาเท่านั้น

หากเลือก มากกว่า 2 ครั้ง ถ้าระหว่างวันมีการสแกนนิ้วมากกว่า 2 ครั้ง ระบบจะนำเวลาในการสแกนนิ้วทุกครั้งนำมาคำนวณเวลา


7.ถ้าสแกนนิ้วไม่ครบ

เป็นการตั้งค่าเพื่อปรับพนักงานสำหรับกรณีที่ลงเวลางานไม่ครบ ว่าจะให้หักขาดงานเป็น “หักเต็มวัน” หรือให้ “หักครึ่งวัน”


Ex. หากมีลงเวลาไม่ครบคู่เช่น ลงเวลาเข้างานมาเวลา 08:00น. แต่ไม่มีการลงเวลาออก ระบบจะทำการตัดขาดงานให้เป็น “หักเต็มวัน” หรือ “หักครึ่งวัน” ตามการตั้งค่า

“หักเต็มวัน”


“หักครึ่งวัน”


8. แสดงขาดงานในวันหยุด

ในกรณีที่พนักงานลงเวลาการทำงานในวันหยุดพนักงาน หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ครบคู่ จะให้ระบบแสดงขาดงานในวันดังกล่าวหรือไม่


Ex. หากมีลงเวลาไม่ครบคู่เช่น ลงเวลาเข้างานมาเวลา 08:00น. แต่ไม่มีการลงเวลาออก ระบบจะทำการคำนวณขาดงานในวันดังกล่าวหรือไม่ ตามการตั้งค่า

"แสดงขาดงาน"


"ไม่แสดงขาดงาน"


9. คอลัมสำหรับการนำเข้าเวลาการทำงานด้วย Excel

กรณี Import Excel จากเครื่องสแกนเข้าระบบ หรือกรอกข้อมูลใน Template Excel เพื่อนำเข้าเวลา ต้องมาตั้งค่าคอลัมให้ตรงกับ File ที่จะ Import เข้า


Ex. ก่อนที่จะกรอกข้อมูลให้มาตรวจสอบในไฟล์ Excel ที่จะทำการนำเข้าก่อนว่า “รหัสลายนิ้วมือ” อยู่คอลัมใด “รหัสเครื่อง” อยู่คอลัมใด และ “เวลาเข้า-ออก” อยู่คอลัมใด

จากตัวอย่างคือ “รหัสลายนิ้วมือ” = คอลัม B, “รหัสเครื่อง” = คอลัม C, “เวลาเข้า-ออก” = คอลัม G


  สรุปได้ว่าตั้งค่าการลงเวลาการทำงาน ใช้สำหรับตั้งค่ารูปแบบการลงเวลา หรือ ข้อมูลการลงเวลาต่าง ๆ เช่นการป้องกันเวลาซ้ำ จะต้องป้องกันไว้กี่นาที, การลงเวลาผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นการสแกนใบหน้า หรือเช็คอินจากแผนที่ รวมไปถึงการตั้งค่า การตรวจสอบข้อมูลในการลงเวลาต่าง ๆ

สารบัญเนื้อหาที่คุณสนใจ