ไขข้อสงสัย หากนายจ้างหักเงินประกันสังคมไว้แต่ไม่ส่งให้ลูกจ้าง ผิดกฎหมายไหม? รู้โทษตามกฎหมาย และผลกระทบที่เกิดกับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
Q: นายจ้างหักเงินไว้ แต่ไม่ได้นำส่งประกันสังคม ผิดกฎหมายไหม?
หลายองค์กรอาจเคยเจอสถานการณ์ หักเงินประกันสังคมจากเงินเดือนพนักงานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำส่งจริง ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาด ลืมยื่น หรือตั้งใจเลื่อนการจ่าย คำถามคือ… แบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ และใครที่ได้รับผลกระทบบ้าง?
บทความนี้สรุปคำตอบแบบ Q&A ชัด ๆ ให้นายจ้างเข้าใจง่ายและป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ทันที
A: ผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ
หากนายจ้างหักเงินลูกจ้างแล้วไม่นำส่งเงินสมทบตามกำหนดเวลา หรือค้างชำระเงินสมทบ และกระทบต่อการได้รับสิทธิของลูกจ้าง ทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์
นายจ้างจะได้รับโทษฐานไม่นำส่งเงินสมทบ โดยมีบทลงโทษ ดังนี้
1. โทษทางอาญาตามมาตรา 96 : มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ชำระเงินสมทบย้อนหลังและเงินเพิ่ม (ค่าปรับ) :
2.1 เงินสมทบค้างชำระ : นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบย้อนหลังทั้งหมดให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
2.2 เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยปรับ) : หากค้างชำระ นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราดังนี้
- กองทุนประกันสังคม : จ่ายเงินเพิ่ม ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของยอดเงินสมทบที่ค้างชำระ
- กองทุนเงินทดแทน : จ่ายเงินเพิ่ม ร้อยละ 3 ต่อเดือน ของยอดเงินสมทบที่ค้างชำระ
Q: ลูกจ้างได้รับผลกระทบอย่างไร หากนายจ้างไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคม?
ในกรณีที่นายจ้างไม่ส่งเงินสมทบ แม้หน้าที่ตามกฎหมายจะเป็นของนายจ้าง แต่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ “ลูกจ้าง” ซึ่งอาจเกิดผลเสียในหลายด้าน ดังนี้
A: ลูกจ้างจะเสียสิทธิประโยชน์ประกันสังคมตามที่ควรจะได้รับ ดังนี้
1. ใช้สิทธิรักษาพยาบาลไม่ได้ตามปกติ:
เมื่อไม่มีประวัติการนำส่งเงินสมทบ สิทธิประกันสังคมอาจถูกระงับ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามที่เลือกไว้ได้ ต้องสำรองจ่ายเอง หรือเสียโอกาสในการเข้ารับการรักษา
2. ขาดสิทธิเงินทดแทนในกรณีสำคัญ:
หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร หรือว่างงาน ลูกจ้างอาจไม่ได้รับเงินทดแทนหรือเงินชดเชยจากประกันสังคม ทั้งที่เงินสมทบถูกหักจากเงินเดือนแล้ว
3. เสียสิทธิประโยชน์โดยไม่รู้ตัว:
หลายกรณี ลูกจ้างไม่ทราบว่านายจ้างไม่ได้ส่งเงินสมทบ จนกระทั่งต้องใช้สิทธิจริง ทำให้สูญเสียสิทธิที่ควรได้รับตามกฎหมาย โดยไม่สามารถเรียกคืนย้อนหลังได้ทันเวลา
4. เกิดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ควรเกิดขึ้น:
เมื่อสิทธิประกันสังคมไม่สามารถใช้งานได้ ลูกจ้างต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินโดยตรง
5. กระทบความมั่นคงในการทำงานและความเชื่อมั่นต่อนายจ้าง:
การไม่ส่งเงินสมทบสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ไม่รัดกุมขององค์กร ส่งผลให้ลูกจ้างขาดความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่การร้องเรียนหรือข้อพิพาททางแรงงานในอนาคต
สรุปนายจ้างหักเงินไว้ แต่ไม่ได้นำส่งประกันสังคม ผิดกฎหมายไหม?
การหักเงินประกันสังคมจากลูกจ้างแล้วไม่นำส่ง เป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และมีความเสี่ยงสูงทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้าง นายจ้างจึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารเงินเดือนและการนำส่งเงินสมทบอย่างถูกต้องและตรงเวลา
หากองค์กรไม่มีทีม HR ดูแลโดยตรง หรือไม่มั่นใจในขั้นตอนการคำนวณและยื่นประกันสังคม การใช้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Payroll หรือบริการรับทำเงินเดือน คือทางเลือกที่ช่วยลดความผิดพลาด ป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานใน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
- นายจ้างยื่นประกันสังคมไม่เป็น ให้รับจ้างทำเงินเดือนดูแล
- ราชกิจจาฯประกาศแล้วปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมมีผล1ม.ค.2569
- เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ตอนไหน รอกี่วันถึงใช้สิทธิได้?
- สิทธิประกันสังคมผู้ประกันตน ม.33, 39 และช่องทางการเช็กสิทธิ
- ปี2569เพดานเงินสมทบประกันสังคมปรับเพิ่มได้สิทธิอะไรเพิ่มบ้าง
- นายจ้างต้องรู้! หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย!
