HumanSoft โปรแกรม HR
Published: 6 พฤศจิกายน 25682,632 views
ภาษี ประกันสังคม
นายจ้างต้องรู้! หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย! - blog image preview
Blog>นายจ้างต้องรู้! หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย!

การส่งเงินสมทบประกันสังคม เป็นสิ่งที่นายจ้างไม่ควรพลาด เพราะหากละเลยหรือไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ลูกจ้าง เสี่ยงต่อกฎหมายแน่นอน!

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

นายจ้างต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมเท่าไหร่? ยังไง?

กฎหมายประกันสังคมกำหนดว่าบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างต้อง ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม และเริ่มส่งเงินสมทบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มงาน ซึ่งการขึ้นทะเบียนครอบคลุมทั้งพนักงานประจำ ชั่วคราว และทดลองงาน เพื่อให้ลูกจ้างทุกคนได้รับ สิทธิประโยชน์และสวัสดิการพื้นฐานจากกองทุนประกันสังคม

 

โดยนายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ในอัตรา 5% ของค่าจ้างลูกจ้าง เท่ากับที่ลูกจ้างจ่ายเองอีก 5% โดยค่าจ้างที่ใช้คำนวณต้องอยู่ระหว่าง 1,650–15,000 บาทต่อเดือน ดังนั้น นายจ้างจะจ่ายเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือนต่อพนักงานหนึ่งคน ทั้งนี้ นายจ้างต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากส่งล่าช้าหรือไม่ส่งตามกำหนด จะต้องจ่าย เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามที่กฎหมายกำหนด

 

Tips : อ่านบทความเกี่ยวกับการส่งเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มเติมได้ที่ >>> Q&A นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเท่าไหร่?

 

Table of Contents:

นายจ้างไม่ยื่นขึ้นทะเบียน หรือไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงต่อกฎหมายอย่างไร?

หากนายจ้างละเลยหรือไม่ยื่นขึ้นทะเบียน และไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม ผลที่ตามมามีทั้งทางกฎหมายและผลกระทบต่อองค์กร ดังนี้

 

นายจ้างไม่ยื่นขึ้นทะเบียน หรือไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงต่อกฎหมายอย่างไร?

 

นายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบประกันสังคม

หากนายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมให้ลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินสมทบที่ค้างจ่าย พร้อมทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

 

นายจ้างจ่ายเงินสมทบล่าช้า

ในกรณีที่นายจ้างนำส่งเงินสมทบเกินกำหนดเวลา คือ หลังวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของยอดเงินสมทบที่ค้างชำระ

 

นายจ้างจ่ายเงินสมทบไม่ครบถ้วน

หากนายจ้างนำส่งเงินสมทบไม่ครบตามจำนวนที่ควรจ่าย จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่จ่ายขาด จนกว่าจะชำระครบถ้วน

 

นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนล่าช้า

หากนายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มงาน จะส่งผลให้ระบบประกันสังคมอาจจ่ายสิทธิชดเชยไม่ถูกต้อง หรือจ่ายเกินสิทธิในช่วงที่ลูกจ้างยังไม่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ในกรณีนี้นายจ้างอาจต้องรับผิดชอบรับชำระคืนค่าที่จ่ายเกิน และยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นายจ้างแจ้งนำชื่อออกล่าช้า

หากนายจ้างไม่แจ้งเลิกขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังเลิกจ้าง จะทำให้สถานะในระบบยังคงเป็นพนักงานอยู่ ลูกจ้างจึงไม่สามารถยื่นขอรับสิทธิชดเชยตามที่ควรได้รับ และเกิดความเดือดร้อนทางสิทธิประโยชน์ได้ นอกจากนี้นายจ้างอาจถูกเรียกเก็บเงินสมทบย้อนหลัง ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับกองทุน และมีความผิดตามกฎหมาย

 

ทำไมประกันสังคมจึงสำคัญต่อนายจ้าง?

การมีประกันสังคมให้ลูกจ้างไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมาย แต่ยังสร้างประโยชน์ให้นายจ้างในหลายด้าน ดังนี้

 

สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ธุรกิจ

การจัดสวัสดิการประกันสังคมอย่างเหมาะสม แสดงให้องค์กรเห็นถึงความใส่ใจต่อพนักงาน ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดี เพิ่มความน่าเชื่อถือ และดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาร่วมงาน

 

เพิ่มความมั่นคงให้แรงงาน

การมีสวัสดิการประกันสังคมช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นคงในงาน ลดอัตราการลาออก และส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กร

 

ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

การส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ถูกต้องและตรงเวลา ช่วยป้องกันการถูกปรับหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ช่วยบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ

ประกันสังคมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและค่าชดเชยเมื่อพนักงานเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ทำให้นายจ้างสามารถลดต้นทุนและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สรุป นายจ้างต้องรู้! หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย!

ดังนั้น หากนายจ้างไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคมตามกำหนด ถือว่าผิดกฎหมายและอาจถูกปรับหรือดำเนินคดีได้ นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานสูญเสียสิทธิประโยชน์สำคัญ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชย หรือบำนาญในอนาคต การส่งเงินสมทบให้ถูกต้องและตรงเวลา จึงเป็นทั้ง หน้าที่ทางกฎหมาย และ ความรับผิดชอบต่อพนักงาน ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงให้แก่องค์กรในระยะยาว

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ "หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย!"

ถาม: ถ้าบริษัทมีพนักงานแค่คนเดียว (หรือ 2-3 คน) ต้องขึ้นทะเบียนและส่งประกันสังคมไหม?

ตอบ: ต้องส่งค่ะ กฎหมายระบุชัดเจนว่า บริษัทหรือร้านค้าที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนและนำส่งเงินสมทบภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มงาน ไม่เกี่ยวกับจำนวนคน

 

ถาม: พนักงานอยู่ในช่วง "ทดลองงาน" (Probation) หรือเป็นพนักงานชั่วคราว ต้องส่งประกันสังคมเลยไหม?

ตอบ: ต้องส่งทันทีค่ะ กฎหมายประกันสังคมคุ้มครองครอบคลุมทั้งพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และพนักงานทดลองงาน นายจ้างไม่สามารถอ้างเหตุผลว่า "ยังไม่ผ่านโปร" เพื่อชะลอการส่งเงินสมทบได้

 

ถาม: ถ้านายจ้างไม่ยอมส่งเงินสมทบประกันสังคมเลย จะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง?

ตอบ: มีโทษทางอาญาคือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนายจ้างยังคงต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลังที่ค้างทั้งหมด พร้อมกับเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ตามที่กฎหมายกำหนด

 

ถาม: พนักงานลาออกไปแล้ว แต่นายจ้างลืมแจ้ง "ลาออก" (ไม่ได้นำชื่อออกจากระบบ) จะเป็นอะไรไหม?

ตอบ: นายจ้างต้องแจ้งเลิกขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากแจ้งช้า ระบบจะยังมองว่าพนักงานทำงานอยู่ ทำให้มีเงินสมทบค้างจ่ายย้อนหลัง และตัวพนักงานเองก็จะไม่สามารถยื่นขอรับเงินชดเชยกรณีว่างงานได้ ซึ่งพนักงานสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากนายจ้างได้

 

hms-helpful-shadow svg fileโปรแกรมเงินเดือน HumanSoftทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
ทดลองใช้งานฟรี
LINEแชทกับเราติดต่อเรา30 วันทดลอง
ใช้ฟรี