PageView Facebook
date_range 12/02/2024 visibility 1062 views
bookmark HR Knowledge
มัดรวมสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน - blog image preview
Blog >มัดรวมสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน

วันนี้เรามัดรวมสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนมาฝากผู้ประกันตนทุกท่าน จะมีเงื่อนไขใดบ้างนั้น ไปติดตามได้ในบทความนี้เลย


อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม


มัดรวมสิทธิประโยชน์กับ 2 กองทุน


ประกันสังคม มัดรวมสิทธิประโยชน์กับ 2 กองทุน คือ กองทุนประกันสังคม และ กองทุนเงินทดแทน ซึ่งแต่ละกองทุนให้สิทธิประโยชน์ต่างกันอย่างไร และผู้ประกันตนจะได้รับเงินในกรณีไหนบ้างไปเช็กเงื่อนไขได้จาก 2 กองทุนนี้เลย


รู้จักกับกองทุนประกันสังคม


กองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อต้องประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย ซึ่งไม่เนื่องจากการทำงาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน โดยมี 7 กรณี ดังนี้



กรณีเจ็บป่วย หรือประสบอันตราย (ไม่เนื่องจากการทำงาน)

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

 

  • ได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ
  • ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน เว้นแต่โรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วัน
  • กรณีทันตกรรม : ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 900 บาทต่อปี (กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด)

 

กรณีคลอดบุตร

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันคลอดบุตร


ผู้ประกันตนหญิง

  • ได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 15,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง เฉลี่ย 90 วัน ไม่เกิน 2 ครั้ง

ผู้ประกันตนชาย

  • ได้รับเฉพาะค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ค่าฝากครรภ์จำนวน 1,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

กรณีทุพพลภาพ (ไม่เนื่องจากการทำงาน)

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน

 

กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง (สูญเสียตั้งแต่ 50% ขึ้นไป)

  • ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 30% ของค่าจ้างรายวันตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ ไม่เกิน 180 เดือน

กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียไม่รุนแรง (สูญเสียตั้งแต่ 35% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50%)

  • ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวันตลอดชีวิต
  • รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

กรณีตาย

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย

จะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตายดังนี้

 

  • จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าเฉลี่ย 4 เดือน
  • จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าเฉลี่ย 12 เดือน

 

กรณีสงเคราะห์บุตร

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน


  • ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าเดือนละ 800 บาท ต่อบุตร 1 คน

 

กรณีชราภาพ

เงินบำนาญชราภาพ (จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน)

 

  • ได้รับเงินบำนาญชราภาพ 20% ของค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน

 

เงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน)

  • จ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกัน
  • จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมผลประโยชน์ทดแทน

 

กรณีว่างงาน

ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน

 

  • ถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานในอัตรา 50% ของค่าจ้างครั้งละไม่เกิน 180 วัน
  • ลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ได้รับเงินทดแทนในระหว่างว่างงานในอัตรา 30% ของค่าจ้างครั้งละไม่เกิน 90 วัน

 

หมายเหตุ: ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนและรายงานตัวกรณีว่างงานภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง และรายงานตัวตามกำหนดนัด เพื่อมิให้เสียสิทธิในการรับเงินทดแทน


รู้จักกับกองทุนเงินทดแทน


กองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 จัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างฝ่ายเดียวตามประเภทความเสี่ยงของกิจการเพื่อนำไปจ่ายทดแทนให้ลูกจ้าง กรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย/ สูญเสียสมรรถภาพ/ ทุพพลภาพ/ ตาย หรือสูญเสีย เนื่องจากการทำงาน


โดยกองทุนเงินทดแทน จะคุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานให้นายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย เนื่องจากการทำงาน

 

  • กรณีไม่สามารถทำงานได้ตั้งแต่วันแรก
  • กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย (ไม่เกิน 10 ปี)
  • กรณีทุพพลภาพ (ตลอดชีวิต)
  • กรณีตาย/สูญหาย (10 ปี)

โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้


  • ค่ารักษาพยาบาล จนสิ้นสุดการรักษา (ในสถานพยาบาลของรัฐ)
  • ค่าทำศพ ได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท
  • ทดแทนรายเดือน เมื่อลูกจ้างมีการหยุดงาน สูญเสียสมรรถภาพ ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหายจะได้รับค่าทดแทน 70% ของค่าจ้างรายเดือน

สรุปมัดรวมสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน


โดยสรุปแล้วสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนนั้นมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก โดยกองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อต้องประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย และกองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนที่จัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างฝ่ายเดียวตามประเภทความเสี่ยงของกิจการเพื่อนำไปจ่ายทดแทนให้ลูกจ้าง เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่บุคคลทุกประเภท

โปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วันครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้