HumanSoft โปรแกรม HR
Published: 2 สิงหาคม 25698 views
อัพเดทเทรนความรู้ทั่วไป
บริหารพนักงาน Gen Z อย่างไรให้ไม่ลาออกในปี 2026  - blog image preview
Blog>บริหารพนักงาน Gen Z อย่างไรให้ไม่ลาออกในปี 2026

บริหารพนักงาน Gen Z อย่างไรให้ไม่ลาออกในปี 2026?

หากต้องการลดการลาออกของพนักงาน Gen Z องค์กรควรทำให้พนักงานรู้ว่าต้องรับผิดชอบอะไร วัดผลงานอย่างไร มีโอกาสเติบโตแบบไหน ได้รับ Feedback เมื่อใด และสามารถทำงานโดยไม่เสียสมดุลชีวิตอย่างไร พร้อมพัฒนาหัวหน้างานให้สื่อสารและดูแลทีมได้จริง

 

Table of Contents:

พนักงาน Gen Z ส่วนใหญ่ต้องการอะไรจากการทำงานในปี 2026? 

พนักงาน Gen Z ทุกคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน เพราะแรงจูงใจยังขึ้นอยู่กับตำแหน่ง รายได้ ช่วงชีวิต และบุคลิกของแต่ละคน โดยพนักงาน Gen Z ส่วนใหญ่ มีความต้องการจากการทำงาน ที่นายจ้างต้องให้ความสำคัญ ดังนี้

 

ความมั่นคงทางอาชีพและการเงิน 

 

โอกาสพัฒนาทักษะและเติบโต 

  • เส้นทางเติบโตเป็นหัวหน้างาน

  • เส้นทางผู้เชี่ยวชาญ

  • การย้ายงานภายในองค์กร

  • การทำโครงการข้ามทีม

  • การอบรมหรือเรียนรู้ทักษะใหม่

 

Work-Life Balance ที่เกิดขึ้นจริง 

  • ให้ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ 

  • เคารพเวลาส่วนตัว ไม่ตามงานนอกเวลาทำงาน

  • สนับสนุนสุขภาพกายและใจ โดยการจัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสม

 

งานที่มีความหมายและเห็นผลลัพธ์ 

  • งานนี้สำคัญอย่างไร

  • ใครได้รับประโยชน์จากงาน

  • ผลงานเชื่อมกับเป้าหมายทีมอย่างไร

  • ความสำเร็จของงานถูกวัดจากอะไร

  • พนักงานมีอำนาจตัดสินใจเรื่องใดได้บ้าง

 

Feedback และการยอมรับผลงาน 

  • พนักงานทำสิ่งใดได้ดี

  • พฤติกรรมหรือผลงานใดควรปรับ

  • ผลกระทบที่เกิดขึ้นคืออะไร

  • ขั้นตอนต่อไปควรทำอย่างไร ควรปรับปรุงอย่างไร

  • หัวหน้างานจะช่วยสนับสนุนอะไร

 

ทำไมพนักงาน Gen Z จึงตัดสินใจลาออก? 

การลาออกมักไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว องค์กรควรวิเคราะห์ข้อมูลจริง เช่น

 

  • หน้าที่และความคาดหวังไม่ชัดเจน 

  • ไม่เห็นโอกาสเติบโต 

  • ได้รับ Feedback เฉพาะเมื่อทำผิด 

  • ค่าตอบแทนและภาระงานไม่สมดุล 

  • หัวหน้างานบริหารทีมไม่เหมาะสม 

  • วัฒนธรรมองค์กรไม่ตรงกับสิ่งที่สื่อสาร

  • องค์กรไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น

 

บริหารพนักงาน Gen Z อย่างไรให้อยู่กับองค์กรนานขึ้น? 

1. กำหนดหน้าที่และผลลัพธ์ให้ชัดตั้งแต่วันแรก

  • หน้าที่ประจำ

  • เป้าหมายช่วงทดลองงาน

  • ตัวชี้วัดผลงาน

  • ผู้มีอำนาจอนุมัติ

  • งานที่พนักงานตัดสินใจได้เอง

การมี Onboarding Plan ช่วยลดความไม่แน่ใจและทำให้พนักงานเห็นว่าบริษัทเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มงานของตน

 

2. จัดทำ Career Path ที่มากกว่าการเลื่อนตำแหน่ง

ควรกำหนดให้ชัดว่าแต่ละระดับต้องมี

  • ทักษะอะไร

  • ผลงานระดับใด

  • ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอย่างไร

  • ค่าตอบแทนเปลี่ยนแปลงแบบใด

  • ต้องใช้เวลาโดยประมาณเท่าไร

 

3. ให้ Feedback สั้นแต่สม่ำเสมอ

แทนที่จะประเมินเฉพาะปลายปี หัวหน้างานควรมี One-on-One หรือ Check-in เป็นระยะ โดยเน้นการแก้ปัญหาและพัฒนางาน ไม่ใช่การเรียกพบเฉพาะเมื่อทำผิด

 

4. วัดผลงานด้วยเกณฑ์ที่โปร่งใส

KPI หรือเกณฑ์ประเมินควรเชื่อมกับหน้าที่ที่พนักงานควบคุมได้ ไม่ควรเปลี่ยนเกณฑ์กลางรอบโดยไม่สื่อสาร และไม่ควรใช้ความรู้สึกของหัวหน้าเป็นหลัก

 

5. พัฒนาหัวหน้างานให้เป็น Coach

หัวหน้างานควรสามารถมอบหมายงาน ให้ Feedback แก้ความขัดแย้ง และพูดคุยเรื่องการพัฒนาได้ ไม่ใช่มีเพียงความสามารถด้านงานเทคนิค

 

6. สนับสนุนการเรียนรู้ AI และทักษะอนาคต

Gen Z มอง AI เป็นทั้งโอกาสและความไม่แน่นอน นายจ้างควรกำหนดแนวทางใช้ AI ให้ชัด พร้อมอบรมเรื่องเครื่องมือ การตรวจสอบข้อมูล ความปลอดภัย และจริยธรรม

 

7. เปิดพื้นที่ให้เสนอความคิดเห็นและลงมือทำ

การรับฟังไม่ควรจบที่แบบสำรวจ หากบริษัทขอความคิดเห็น ควรแจ้งผลว่า

  • ได้รับข้อเสนอแนะเรื่องใด

  • เรื่องใดจะดำเนินการ

  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

  • คาดว่าจะเห็นผลเมื่อไร

  • เรื่องใดยังทำไม่ได้และเพราะอะไร

 

นายจ้างควรทำอะไรบ้างเพื่อให้ Gen Z อยู่กับองค์กรในระยะยาว?

สิ่งที่พนักงานต้องการ สิ่งที่องค์กรควรทำ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ความมั่นคง สื่อสารทิศทางธุรกิจและเงื่อนไขการจ้างให้ชัด สร้างความกังวลโดยไม่ให้ข้อมูล
การเติบโต มี Career Path และแผนพัฒนาทักษะ ใช้คำว่า “มีโอกาสโต” โดยไม่มีเกณฑ์
Feedback มี Feedback และพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ  ประเมินเฉพาะปลายปีหรือเมื่อทำผิด
ความยืดหยุ่น กำหนดรูปแบบตามลักษณะงาน ใช้นโยบายต่างกันโดยไม่มีเหตุผล
Work-Life Balance บริหาร Workload และเวลาติดต่อ คาดหวังให้ตอบงานตลอดเวลา
งานที่มีความหมาย เชื่อมงานรายบุคคลกับผลลัพธ์องค์กร มอบหมายงานโดยไม่อธิบายเหตุผล

 

สรุป บริหารพนักงาน Gen Z อย่างไรให้ไม่ลาออกในปี 2026? 

การบริหารพนักงาน Gen Z ให้ทำงานกับองค์กรนานขึ้น ต้องเริ่มจาก ความชัดเจน ความเป็นธรรม และโอกาสเติบโต นายจ้างควรกำหนดหน้าที่และตัวชี้วัดให้เข้าใจง่าย ให้ Feedback อย่างสม่ำเสมอ วาง Career Path หลายรูปแบบ พัฒนาหัวหน้างาน และบริหารภาระงานให้สอดคล้องกับค่าตอบแทน  

 

Gen Z ในปี 2026 ไม่ได้ต้องการเพียงการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง การพัฒนาทักษะ Work-Life Balance และความเป็นอยู่ที่ดี องค์กรจึงควรออกแบบประสบการณ์พนักงานตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอแก้ปัญหาเมื่อได้รับใบลาออก

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบริหารพนักงาน Gen Z

ถาม : หัวหน้างานควรสื่อสารกับ Gen Z อย่างไร? 

ตอบ : ควรสื่อสารตรงประเด็น อธิบายเหตุผลและผลลัพธ์ที่ต้องการ เปิดโอกาสให้ถาม และให้ Feedback ที่ระบุพฤติกรรมหรือผลงานอย่างชัดเจน แทนการตำหนิแบบกว้าง ๆ 

 

ถาม : ประเมินผลงาน Gen Z อย่างไรให้รู้สึกเป็นธรรม? 

ตอบ : ควรกำหนด KPI หรือเกณฑ์พฤติกรรมล่วงหน้า อธิบายวิธีคำนวณ ใช้หลักฐานที่ตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง และไม่เปลี่ยนเกณฑ์กลางรอบโดยไม่มีเหตุผล 

 

ถาม : ควรให้ Feedback พนักงาน Gen Z บ่อยแค่ไหน? 

ตอบ : ควรมี Feedback ระหว่างงานอย่างสม่ำเสมอ และนัดพูดคุยเป็นรอบ เช่น รายสัปดาห์ รายเดือน หรือหลังจบโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องรอการประเมินประจำปี 

 

ถาม : เงินเดือนมีส่วนช่วยรักษาพนักงาน Gen Z ได้หรือไม่? 

ตอบ : เงินเดือนเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว หากค่าตอบแทนเหมาะสมแต่หัวหน้างานไม่ดี งานไม่มีทิศทาง หรือไม่มีโอกาสพัฒนา พนักงานก็อาจตัดสินใจลาออกได้ 

 

ถาม : พนักงาน Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร? 

ตอบ : ต้องการโอกาสพัฒนาทักษะ ค่าตอบแทนและความมั่งคง Work-Life Balance งานที่มีความหมาย Feedback และ Career Path ที่ชัดเจน แต่ควรพูดคุยเป็นรายบุคคล ไม่ควรเหมารวมพนักงานทุกคน

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

hms-helpful-shadow svg fileโปรแกรมเงินเดือน HumanSoftทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
ทดลองใช้งานฟรี
LINEแชทกับเราติดต่อเรา30 วันทดลอง
ใช้ฟรี