HR ต้องรู้ PDPA อะไรบ้าง? เช็กให้ครบในที่เดียว
HR ต้องรู้ว่าข้อมูลใดจำเป็นต้องเก็บ ใช้ฐานกฎหมายอะไร ใครเข้าถึงได้ เก็บไว้นานแค่ไหน และต้องทำอย่างไรเมื่อพนักงานขอใช้สิทธิ หรือเมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล เพราะงาน HR คือการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลแทบทุกวัน ตั้งแต่เรซูเม่ เลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร เงินเดือน ไปจนถึงผลการประเมิน
สารบัญ:
- HR ต้องรู้ PDPA อะไรบ้าง? เช็กให้ครบในที่เดียว
- PDPA เกี่ยวข้องกับงาน HR อย่างไร
- ข้อมูลแบบไหนที่ HR ต้องระวังเป็นพิเศษ
- เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ HR ตลอดวงจรพนักงาน
- เมื่อข้อมูลพนักงานรั่วไหล HR ต้องทำอย่างไร
- ใช้โปรแกรม HR ช่วยลดความเสี่ยง PDPA ได้ไหม
- สรุป HR ต้องรู้ PDPA อะไรบ้าง
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PDPA สำหรับ HR
PDPA เกี่ยวข้องกับงาน HR อย่างไร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กำหนดหลักในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และดูแลข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องระบุวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายให้ชัด แจ้งเจ้าของข้อมูล และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
ในทางปฏิบัติ HR มักเป็นผู้ดูแลข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง จึงควรถาม 6 คำถามนี้ทุกครั้งก่อนเริ่มกระบวนการใหม่
-
เก็บข้อมูลของใครและเก็บข้อมูลอะไร
-
จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของงานจริงหรือไม่
-
ใช้ฐานกฎหมายใด
-
ต้องส่งข้อมูลให้ใครบ้าง
-
ใครในองค์กรควรเข้าถึงได้
-
เก็บถึงเมื่อไรและลบอย่างไรเมื่อหมดความจำเป็น
สามารถอ่านเพิ่มเติมเพื่อทบทวนภาพรวมของกฎหมายได้ที่ PDPA คืออะไร และองค์กรต้องเตรียมตัวอย่างไร
ข้อมูลแบบไหนที่ HR ต้องระวังเป็นพิเศษ
ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าจะระบุได้โดยตรงหรือเมื่อนำไปเชื่อมกับข้อมูลอื่น งาน HR จึงไม่ได้มีเพียงชื่อและเลขบัตรประชาชน แต่ครอบคลุมข้อมูลหลายกลุ่ม
|
กลุ่มข้อมูล |
ตัวอย่างในงาน HR |
จุดที่ควรควบคุม |
|
ข้อมูลระบุตัวตน |
ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน รูปถ่าย |
เก็บเฉพาะรายการที่จำเป็นและปิดบังบางส่วนเมื่อใช้งานได้ |
|
ข้อมูลติดต่อ |
เบอร์โทร อีเมล บุคคลติดต่อฉุกเฉิน |
แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ต่อเพื่อการอื่นโดยไม่มีฐานรองรับ |
|
ข้อมูลการจ้าง |
สัญญาจ้าง ตำแหน่ง ประวัติการทำงาน ผลประเมิน |
จำกัดสิทธิ์ตามหน้าที่และไม่ส่งต่อในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้อง |
|
ข้อมูลการเงิน |
เงินเดือน บัญชีธนาคาร ภาษี หนี้พนักงาน |
แยกสิทธิ์ HR ฝ่ายเงินเดือน และฝ่ายการเงินให้ชัด |
|
ข้อมูลเวลาและสถานที่ |
เวลาเข้าออกงาน GPS ประวัติการลา |
กำหนดขอบเขตการใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ |
|
ข้อมูลอ่อนไหว |
สุขภาพ ความพิการ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพเพื่อยืนยันตัวตน |
ต้องพิจารณาเงื่อนไขตามมาตรา 26 และใช้การป้องกันที่เข้มขึ้น |
ข้อมูลลายนิ้วมือหรือใบหน้าไม่ได้เป็นข้อมูลอ่อนไหวทุกกรณีโดยอัตโนมัติ แต่จะเข้าข่ายข้อมูลชีวภาพตามกฎหมายเมื่อผ่านเทคนิคที่ทำให้สามารถยืนยันตัวบุคคลแบบเฉพาะเจาะจงได้ HR จึงควรตรวจทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ วัตถุประสงค์ และฐานกฎหมายก่อนนำระบบมาใช้
เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ HR ตลอดวงจรพนักงาน

1. ช่วงรับสมัครงาน
เริ่มจากลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นในใบสมัคร ไม่ควรถามข้อมูลส่วนตัวเผื่อไว้โดยไม่มีเหตุผลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน และควรแยกข้อมูลที่ “จำเป็นต้องให้” ออกจากข้อมูลที่ “สมัครใจให้” อย่างชัดเจน โดย HR ควรทำดังนี้
-
ส่งหรือแสดง Privacy Notice สำหรับผู้สมัครก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล
-
ระบุว่าจะเก็บเรซูเม่ของผู้ที่ไม่ผ่านไว้นานเท่าไร
-
ขออนุญาตก่อนติดต่อบุคคลอ้างอิง และแจ้งผู้สมัครให้ทราบ
-
จำกัดผู้เข้าถึงเอกสารสมัครงานเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก
-
ไม่ส่งเรซูเม่ลงกลุ่มแชตขนาดใหญ่หรือใช้อีเมลส่วนตัวโดยไม่จำเป็น
-
ลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด
2. ช่วงเริ่มงานและทำสัญญา
ก่อนขอสำเนาเอกสารทุกใบ HR ควรตรวจว่ากฎหมาย สัญญา หรืองานใดทำให้ต้องใช้ข้อมูลนั้น การเขียนกำกับวัตถุประสงค์บนสำเนาและปิดข้อมูลที่ไม่จำเป็นช่วยลดความเสี่ยงได้อีกชั้น
3. ช่วงทำงาน
ระหว่างการจ้าง ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเวลาเข้างาน การลา OT เงินเดือน หนังสือเตือน และผลประเมิน การคุ้มครองจึงต้องเกิดในงานประจำ ไม่ใช่ทำเอกสารครั้งเดียวแล้วจบ สิ่งที่ควรทำคือ
-
ให้หัวหน้าเห็นเฉพาะข้อมูลของทีมที่จำเป็นต่อหน้าที่
-
แยกสิทธิ์ข้อมูลเงินเดือน สุขภาพ และประวัติการลงโทษ
-
ตรวจสิทธิ์ผู้ใช้งานเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อย้ายตำแหน่ง
-
ไม่ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ทันที หากยังไม่ได้ตรวจฐานกฎหมายและการแจ้งข้อมูล
-
กำหนดวิธีส่งสลิปเงินเดือนและเอกสารสำคัญที่ลดโอกาสส่งผิดคน
-
บันทึกการเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง
4. เมื่อพนักงานขอใช้สิทธิ
พนักงานในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น ขอเข้าถึง ขอสำเนา ขอแก้ไข ขอให้ลบหรือทำลาย ขอจำกัดการใช้ คัดค้าน ถอนความยินยอม และขอให้โอนข้อมูล แต่สิทธิบางอย่างมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้น HR ไม่ควรรับปากว่าจะลบทุกอย่างทันที ตัวอย่างเช่น เอกสารบางชุดอาจยังต้องเก็บเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือใช้ก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง
กระบวนการรับคำขอควรระบุผู้รับผิดชอบ วิธีตรวจสอบตัวตน กำหนดเวลา วิธีค้นหาข้อมูล เหตุผลเมื่อปฏิเสธ และหลักฐานการตอบกลับ โดยไม่ควรให้พนักงานส่งสำเนาบัตรประชาชนแบบเปิดเผยผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัยหากมีวิธียืนยันตัวตนอื่น
5. เมื่อพนักงานลาออกหรือพ้นสภาพ
การลาออกไม่ใช่สัญญาณให้ลบข้อมูลทั้งหมดในวันสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนว่าแต่ละรายการยังต้องเก็บไว้เพราะอะไร HR ควรทำ 4 เรื่องนี้ทันที
-
ปิดบัญชีและถอนสิทธิ์เข้าถึงระบบตามกำหนด
-
รับคืนอุปกรณ์ เอกสาร และไฟล์งานที่มีข้อมูลบุคคลอื่น
-
แยกข้อมูลที่ต้องเก็บตามกฎหมายหรือเพื่อสิทธิเรียกร้องออกจากข้อมูลที่หมดความจำเป็น
-
ตั้งวันลบหรือทำลายตามตารางระยะเวลาการเก็บข้อมูล
ไม่ควรกำหนดว่า “เก็บตลอดไป” กับทุกเอกสาร ตารางการเก็บควรแยกตามประเภทข้อมูล เหตุผลทางกฎหมาย อายุความ และความจำเป็นทางธุรกิจ
เมื่อข้อมูลพนักงานรั่วไหล HR ต้องทำอย่างไร
การส่งสลิปเงินเดือนผิดคน ทำแฟ้มประวัติหาย เปิดสิทธิ์ให้พนักงานเห็นเงินเดือนทั้งบริษัท หรือส่งไฟล์ผู้สมัครออกนอกองค์กรโดยไม่ตั้งใจ อาจเป็นเหตุละเมิดข้อมูลได้ เมื่อพบเหตุ HR ควรทำตามลำดับนี้
-
หยุดเหตุและเก็บหลักฐาน เช่น ถอนสิทธิ์ เรียกคืนอีเมล เปลี่ยนรหัสผ่าน และรักษา Log
-
แจ้งทีมรับมือทันที ประสาน IT ฝ่ายกฎหมาย DPO หรือผู้รับผิดชอบตามแผนขององค์กร
-
ประเมินขอบเขตและความเสี่ยง ตรวจว่าข้อมูลของใคร ข้อมูลประเภทใด จำนวนเท่าไร ถูกเปิดเผยแก่ใคร และอาจเกิดผลกระทบอะไร
-
พิจารณาหน้าที่แจ้งเหตุ หากมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ ต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้ และหากมีความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่รอช้า
-
บันทึกและป้องกันเหตุซ้ำ เก็บรายละเอียดเหตุ การตัดสินใจ มาตรการแก้ไข และปรับกระบวนการหรือสิทธิ์ใช้งาน
ดูรายละเอียดความรับผิดและบทลงโทษได้ที่ ละเมิด PDPA มีโทษและความเสี่ยงอะไรบ้าง
ใช้โปรแกรม HR ช่วยลดความเสี่ยง PDPA ได้ไหม
ได้อย่างมากครับ การรวมข้อมูลพนักงานไว้ในระบบที่กำหนดสิทธิ์ตามบทบาทได้ ช่วยลดการกระจายของไฟล์และทำให้ตรวจสอบย้อนหลังง่ายขึ้น โปรแกรม HumanSoft ใช้การกำหนดสิทธิ์ตามบทบาท บันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลง รองรับ 2FA สำรองข้อมูลอัตโนมัติ และจัดเก็บข้อมูลบน Microsoft Azure ที่ผ่านมาตรฐาน ISO/IEC 27001
ดูรายละเอียดได้ที่ มาตรฐานความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลของ HumanSoft
สรุป HR ต้องรู้ PDPA อะไรบ้าง
HR ต้องรู้เส้นทางของข้อมูลพนักงานทั้งวงจร ตั้งแต่ว่าเก็บอะไร เพราะเหตุใด ใช้ฐานกฎหมายใด ใครเข้าถึง ส่งต่อให้ใคร และลบเมื่อไร พร้อมมีกระบวนการรองรับสิทธิและเหตุข้อมูลรั่วไหล หากองค์กรกำลังมองหาระบบ HR ที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลเป็นศูนย์กลาง กำหนดสิทธิ์ตามบทบาท และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงย้อนหลังได้ สามารถศึกษารายละเอียด ระบบ HR HumanSoft และทดลองใช้งานเพื่อประเมินให้เหมาะกับกระบวนการขององค์กร
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PDPA สำหรับ HR
ถาม : HR เก็บสำเนาบัตรประชาชนของพนักงานได้หรือไม่
ตอบ : เก็บได้เมื่อมีวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายรองรับ แต่ควรเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ปิดข้อมูลที่ไม่ต้องใช้ กำหนดผู้เข้าถึง และลบเมื่อหมดความจำเป็น
ถาม : พนักงานไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูล นายจ้างยังทำเงินเดือนได้หรือไม่
ตอบ : ได้ หากการใช้ข้อมูลจำเป็นต่อสัญญาจ้างหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย นายจ้างไม่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอมทุกกรณี แต่ต้องแจ้งรายละเอียดการใช้ข้อมูลให้พนักงานทราบ
ถาม : HR ส่งสลิปเงินเดือนทางอีเมลได้หรือไม่
ตอบ : ทำได้หากมีมาตรการเหมาะสม เช่น จำกัดการเข้าถึง ป้องกันไฟล์ และมีขั้นตอนลดความเสี่ยงจากการส่งผิดคน ควรหลีกเลี่ยงการส่งรวมหลายคนในไฟล์เดียว
ถาม : รูปพนักงานใช้ทำสื่อบริษัทได้เลยหรือไม่
ตอบ : ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้เพียงเพราะองค์กรมีรูปอยู่แล้ว ต้องตรวจวัตถุประสงค์เดิม ฐานกฎหมาย และความคาดหมายของพนักงาน หากใช้ประชาสัมพันธ์ภายนอก ความยินยอมที่สมัครใจและแยกจากเงื่อนไขการจ้างมักเหมาะกว่า
ถาม : กล้องวงจรปิดในที่ทำงานเกี่ยวกับ PDPA หรือไม่
ตอบ : เกี่ยวข้องหากบันทึกภาพที่ระบุตัวบุคคลได้ องค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัด แจ้งให้ทราบ จำกัดมุมกล้องและผู้เข้าถึง รวมถึงกำหนดระยะเวลาเก็บภาพ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
