การเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานจากลูกจ้าง นายจ้างจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายเป็นสำคัญเพื่อรักษาสิทธิและความเชื่อมั่นของทั้งสองฝ่าย ศึกษาข้อมูลสำคัญในบทความนี้
เงินประกันการทำงาน คืออะไร?
เงินประกันการทำงาน คือ เงินที่นายจ้างเรียกเก็บหรือรับจากลูกจ้างเมื่อเริ่มงานหรือในระหว่างการทำงาน โดยนายจ้างสามารถใช้เงินส่วนนี้เป็นหลักประกันในกรณีที่ลูกจ้างอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือผลประโยชน์บริษัท ขณะเดียวกันกฎหมายแรงงานก็กำหนดหลักเกณฑ์คุ้มครองเงินประกันนี้เพื่อป้องกันการละเมิดจากฝ่ายนายจ้าง ไม่ให้มีการเรียกเก็บเงินเกินความจำเป็นและต้องคืนให้ลูกจ้างเมื่อครบกำหนด
หลักเกณฑ์การเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานตามกฎหมายแรงงาน
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินประกันการทำงานสำหรับผู้ประกอบการ SME และบริษัทเอกชนทั่วไป คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10 โดยมีสาระสำคัญ คือ
-
ห้ามเรียกเก็บเงินประกันกับพนักงานออฟฟิศทั่วไป (เช่น HR, การตลาด, IT)
-
เรียกเก็บได้เฉพาะพนักงานที่ต้องรับผิดชอบด้านการเงิน หรือทรัพย์สินมูลค่าสูงโดยตรงเท่านั้น
-
ต้องคืนภายใน 7 วัน พร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) เมื่อพนักงานลาออกหรือสัญญาสิ้นสุดลง
Tips! อ่านบทความเกี่ยวกับการคืนเงินประกันการทำงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> Q&A นายจ้างต้องคืนหลักประกันการทำงานให้ลูกจ้างภายในกี่วัน? <<
ประเภทของงานที่สามารถเรียกเก็บเงินประกันได้
ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 ได้กำหนดประเภทของงานที่สามารถเรียกเก็บเงินประกันได้ ดังนี้

- งานบัญชี หรืองานการเงิน
- งานพนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน
- งานควบคุมหรือรับผิดชอบวัตถุมีค่า ได้แก่ เพชร พลอย เงิน ทองคำ ทองคำขาว และไข่มุก
- งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้างหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง
- งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน
- งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ
- งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าทรัพย์ ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝากทรัพย์ รับจำนอง รับจำนำ เก็บของในคลังสินค้า รับประกันภัย รับโอนหรือรับจัดส่งเงิน หรือการธนาคาร ทั้งนี้ เฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการที่ว่านั้น
สรุป หลักเกณฑ์การเรียกเงินประกันการทำงานจากลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน
เงินประกันการทำงานคือเงินที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกจ้างเพื่อเป็นหลักประกันในกรณีที่ลูกจ้างอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ของบริษัท โดยกฎหมายกำหนดให้เฉพาะงานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างเท่านั้นที่นายจ้างสามารถเรียกเก็บเงินประกันได้ โดยเมื่อสิ้นสุดการจ้างงานนายจ้างต้องคืนเงินประกันให้ลูกจ้างภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นสุดสัญญาหรือการจ้างงาน พร้อมดอกเบี้ย (หากมี)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินประกันการทำงาน
ถาม : ตามกฎหมายประเภทงานที่สามารถเรียกเก็บเงินประกันการทำงานได้ นายจ้างเรียกเก็บได้ไม่เกินเท่าไหร่?
ตอบ : นายจ้างเรียกเก็บเงินประกันเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันเฉลี่ย (หรือเทียบเท่าเงินเดือนประมาณ 2 เดือน) หากใช้บุคคลค้ำประกัน วงเงินค้ำประกันต้องไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างรายวันเช่นกัน
ถาม : พนักงานทดลองงาน (โปร) เรียกเก็บเงินประกันได้ไหม?
ตอบ : ไม่เกี่ยวว่าเป็นพนักงานประจำหรืออยู่ระหว่างทดลองงานครับ กฎหมายดูที่ "ลักษณะงาน" เป็นหลัก ต่อให้เป็นพนักงานทดลองงาน แต่ถ้าตำแหน่งนั้นทำงานเกี่ยวข้องกับการเงินหรือทรัพย์สินมูลค่าสูงตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างก็มีสิทธิ์เรียกเก็บเงินประกันได้ครับ
ถาม : พนักงานทำของพัง หรือทำบริษัทเสียหาย นายจ้างริบเงินประกันทั้งหมดเลยได้ไหม?
ตอบ : ริบทั้งหมดทันทีไม่ได้ครับ นายจ้างมีสิทธิ์หักเงินประกันได้เฉพาะตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น และความเสียหายนั้นต้องเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้าง
อ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 10)
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
- Q&A นายจ้างต้องคืนหลักประกันการทำงานให้ลูกจ้างภายในกี่วัน?
- แนวทางการเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อการดูแลอุปกรณ์สำนักงาน
- หลักเกณฑ์การพักงาน ตามกฎหมายแรงงาน ที่นายจ้างต้องรู้!!
- Q&A ตามกฎหมายแรงงานพนักงานควรมีเวลาทํางานและเวลาพักเท่าไร
- กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องรู้ไว้
