PageView Facebook
date_range 09/07/2024 visibility 218 views
bookmark HR Knowledge
กยศ. หักเงินเดือน กับข้อกฎหมายที่นายจ้างควรรู้ - blog image preview
Blog >กยศ. หักเงินเดือน กับข้อกฎหมายที่นายจ้างควรรู้

การหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ กยศ. ผ่านองค์กรนายจ้าง ใครบ้างเป็นผู้มีภาระหน้าที่เกี่ยวข้อง และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร มาหาคำตอบไปด้วยกันจากบทความนี้เลย


อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม


ว่าด้วยเรื่องกฎหมาย กยศ.หักเงินเดือน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงินทุนแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างการศึกษา โดยมีเงินทุนตั้งต้นมาจากงบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีของประชาชน และใช้เงินชำระหนี้ของผู้กู้ยืมรุ่นพี่หมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้อง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้กู้ยืมและองค์กรนายจ้างในการดำเนินการชำระเงินกู้เมื่อครบกำหนดชำระ


 

ปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ตามมาตรา 51 วรรค 1 มีสาระสำคัญความว่า ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนซึ่งมีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำหนด มีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว เพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ โดยให้นำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด


ใครบ้างที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและหน้าที่เกี่ยวกับการหักเงินเดือนผู้กู้ยืม กยศ.

ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและหน้าที่เกี่ยวกับการหักเงินเดือนผู้กู้ยืม กยศ. ผ่านองค์กรนายจ้าง มีดังนี้

1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีหน้าที่ดังนี้

- แจ้งนายจ้างเกี่ยวกับวันที่เริ่มและจำนวนเงินที่จะต้องหักของผู้กู้ยืมที่เป็นพนักงาน/ลูกจ้าง

- ติดตามให้นายจ้างรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องนำส่งเงินให้กรมสรรพากร ตามจำนวนที่แจ้งและภายในระยะเวลาตามกฎหมาย

- ติดตามเงินจากกรมสรรพากร

 

2. องค์กร/นายจ้าง มีหน้าที่ดังนี้

- หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ของพนักงาน/ลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมกองทุน เป็นต้นว่า เงินเดือน/ค่าจ้าง

- นำส่งเงินให้กรมสรรพากร ภายในกำหนดระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

 

หมายเหตุ นายจ้างจะดำเนินการหักเงินเดือนได้เมื่อกองทุนได้แจ้งต่อนายจ้างอย่างเป็นทางการเท่านั้น

 

3. กรมสรรพากร มีหน้าที่ดังนี้

- ออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับเงินจากองค์กรนายจ้างกับการนำส่งเงินให้แก่กองทุน

- รับเงินจากที่องค์กรนายจ้างนำส่ง

- นำส่งเงินให้แก่กองทุน

 

4. ผู้กู้ยืม มีหน้าที่ดังนี้

- สำหรับพนักงาน/ลูกจ้างใหม่ ให้แจ้งสถานะการเป็นผู้กู้ยืมต่อนายจ้างภายใน 30 วัน

- ยินยอมให้กองทุนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล/เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมและการชำระคืน

- ให้นายจ้างหักเงินเดือนตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง เพื่อชำระคืนกองทุน


นายจ้างจะต้องดำเนินการนำส่งเงินกู้ยืมตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง หลังจากได้รับหนังสือแจ้งหักเงินเดือนจากกองทุนกยศ.

1. สมัครสมาชิกยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.01 ของกรมสรรพากร (e-Filing) พร้อมลงทะเบียนยื่นภาษี

2. สมัครขอใช้ระบบ e-PaySLF เข้าสู่ระบบเพื่อรับข้อมูลรายชื่อและจำนวนเงินที่ต้องหักจากระบบ

3. บันทึกรายการและจำนวนเงินที่หักได้เข้าสู่ระบบ

4. พิมพ์ชุดชำระ (Pay in slip) และนำไปชำระตามช่องทางที่กำหนด

5. เมื่อหักเงินแล้วให้นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป



นายจ้างไม่หักเงินลูกจ้างที่ติดหนี้ กยศ. ได้หรือไม่

พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ตามมาตรา 51 วรรค 4 มีสาระสำคัญความว่า หากนายจ้าง หรือผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ไม่ได้หักเงินได้พึงประเมิน หักและไม่ได้นำส่ง นำส่งแต่ไม่ครบตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ หรือหักและนำส่งเกินระยะเวลา นายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชดใช้เงินในส่วนของผู้กู้ยืมเงินตามจำนวนที่ทางกองทุนแจ้งให้ทราบ และต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของยอดเงินที่ต้องนำส่งหรือตามจำนวนเงินที่ขาดไป ดังนั้นหากในองค์กรมีพนักงานหรือลูกจ้างที่ติดหนี้ กยศ. และครบกำหนดชำระหนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นายจ้างจะต้องทำการหักหนี้ กยศ. จากเงินเดือนเพื่อนำส่งให้กองทุน


กรณีที่นายจ้างไม่สามารถหักเงินได้พึงประเมินลูกจ้างตามจำนวนที่กองทุนได้แจ้งไว้ได้ นายจ้างจะต้องทำรายการแจ้งข้อเท็จจริงต่อกองทุนผ่านระบบ e-PaySLF โดยให้นายจ้างนำส่งรายชื่อ และจำนวนเงินที่สามารถหักได้ พร้อมแจ้งเหตุสำหรับรายที่ไม่สามารถหักได้ หรือหักได้แต่ไม่เต็มจำนวน โดยเหตุอันเป็นข้ออนุโลมได้มีดังนี้

- ลูกจ้างลาออก ถูกปลดออก ถูกไล่ออก หรือโอนย้าย

- รายได้คงเหลือของลูกจ้างไม่พอให้หักเงินเพื่อชำระหนี้

- ลูกจ้างลางานโดยไม่ได้รับเงินเดือน

- ลูกจ้างได้รับโทษทางวินัยไม่ได้รับเงินเดือน

- ลูกจ้างชำระหนี้เสร็จสิ้น

- ลูกจ้างมีสถานะพักการจ้างงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน

- ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงาน

- ลูกจ้างเสียชีวิต


สรุป กยศ. หักเงินเดือน ข้อกฎหมายที่นายจ้างควรรู้

กล่าวโดยสรุป เมื่อองค์กรนายจ้างได้รับหนังสือแจ้งให้หักเงินได้พึงประเมินของลูกจ้าง (ผู้ติดหนี้กยศ.) อย่างเป็นทางการ นายจ้างจะต้องหักเงินลูกจ้างตามยอดที่กองทุนแจ้งเพื่อนำส่ง โดยดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขของกองทุน หากนายจ้างละเว้นการหักเงินดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควรจะต้องชดใช้เงินในส่วนของผู้กู้ยืมเงินตามจำนวนที่ทางกองทุนแจ้งให้ทราบ และต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของยอดเงินที่ต้องนำส่งหรือตามจำนวนเงินที่ขาดไป

 

อ้างอิง: กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

โปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วันครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้