HumanSoft โปรแกรม HR
Published: 19 กันยายน 256680,183 views
อัปเดตล่าสุด: 1 ตุลาคม 2569
ความรู้ HR
Job Description คืออะไร วิธีเขียน พร้อมตัวอย่าง - blog image preview
Blog>Job Description คืออะไร วิธีเขียน พร้อมตัวอย่าง

Job Description (JD) คืออะไร วิธีเขียนให้ได้คนตรงสเปก พร้อมตัวอย่าง

Job Description (JD) หรือ "คำบรรยายลักษณะงาน" คือเอกสารที่ระบุว่าตำแหน่งงานหนึ่งต้องทำอะไร รับผิดชอบอะไร รายงานตรงต่อใคร และผู้ทำงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร HR ใช้ JD เป็นฐานในการประกาศรับสมัครงาน คัดเลือกผู้สมัคร กำหนดเงินเดือน และประเมินผลงาน JD ที่ดีควรมีอย่างน้อย 8 ส่วน ตั้งแต่ชื่อตำแหน่ง สรุปงาน หน้าที่ จนถึงเงินเดือนและสวัสดิการ

 

สารบัญ:

Job Description คืออะไร ต่างจาก Job Specification ยังไง

Job Description บอกว่า "งานนี้คืออะไร ต้องทำอะไร" ส่วน Job Specification บอกว่า "คนที่จะทำงานนี้ต้องมีคุณสมบัติอะไร" ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรรวมทั้งสองส่วนไว้ในเอกสาร JD ฉบับเดียว แล้วตัดบางส่วนไปทำเป็นประกาศรับสมัครงาน

 

เอกสาร ตอบคำถาม ใช้ทำอะไร ใครอ่าน
Job Description (JD) ตำแหน่งนี้ทำอะไร รับผิดชอบอะไร รายงานใคร สรรหา กำหนดค่าจ้าง ประเมินผล ปฐมนิเทศ HR หัวหน้างาน พนักงาน ผู้สมัคร
Job Specification คนที่ทำต้องมีการศึกษา ประสบการณ์ ทักษะอะไร คัดกรองผู้สมัคร สัมภาษณ์ HR หัวหน้างาน
ประกาศรับสมัครงาน (Job Posting) ทำไมผู้สมัครควรมาสมัครตำแหน่งนี้ ดึงดูดผู้สมัครบนเว็บหางาน/โซเชียล ผู้สมัคร

 

ทำไม HR จึงต้องให้ความสำคัญกับ Job Description

JD ที่ชัดเจนช่วยให้ได้ผู้สมัครที่ตรงสเปกตั้งแต่ต้น ลดเวลาคัดกรอง และใช้เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทกับพนักงานว่างานนี้คาดหวังอะไร ถ้า JD ไม่ชัด ผู้สมัครจะไม่เข้าใจบทบาทของตำแหน่ง ทำให้ได้คนไม่ตรงงานหรือไม่มีคนสนใจสมัคร

 

ประโยชน์หลักของ JD ต่อองค์กร:

  • สรรหาได้ตรงคน ผู้สมัครประเมินตัวเองได้ก่อนสมัครว่าคุณสมบัติตรงหรือไม่ HR จึงได้ใบสมัครที่ตรงสเปกมากขึ้น
  • กำหนดเงินเดือนได้สมเหตุสมผล ใช้เทียบขอบเขตงานและความรับผิดชอบระหว่างตำแหน่ง
  • ประเมินผลงานได้ชัด หัวหน้าและพนักงานมีเกณฑ์เดียวกันว่างานไหนคือหน้าที่หลัก
  • ปฐมนิเทศพนักงานใหม่ได้เร็ว พนักงานรู้ตั้งแต่วันแรกว่าต้องทำอะไร และรายงานใคร

 

JD ไม่ได้เขียนเพื่อสร้างความประทับใจอย่างเดียว แต่ก็ควรเขียนให้น่าสนใจพอที่จะดึงดูดผู้สมัครที่ตรงสเปก

 

 

Job Description มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

JD ที่ครบถ้วนมี 8 ส่วน คือ ชื่อตำแหน่ง, สรุปงาน, หน้าที่และความรับผิดชอบ, สายการบังคับบัญชา, คุณสมบัติ, เงื่อนไขการทำงาน, เงินเดือนและสวัสดิการ และตัวชี้วัดผลงาน

 

หัวข้อ ส่วนประกอบ ต้องระบุอะไร ตัวอย่าง
1 ชื่อตำแหน่ง (Job Title) ชื่อตำแหน่งทางการ ฝ่าย/แผนก เจ้าหน้าที่บัญชี ฝ่ายบัญชีและการเงิน
2 สรุปหน้าที่และวัตถุประสงค์ (Job Summary) ภาพรวมงานและเป้าหมายหลัก 2–3 ประโยค ดูแลบันทึกบัญชีและปิดงบรายเดือนให้ถูกต้องตามกำหนด
3 หน้าที่และความรับผิดชอบ (Responsibilities) งานหลักเรียงจากสำคัญมากไปน้อย 5–8 ข้อ ขึ้นต้นด้วยคำกริยา บันทึกรายการรับ-จ่าย, กระทบยอดธนาคาร
4 สายการบังคับบัญชา (Reporting Line) รายงานตรงต่อใคร ดูแลลูกทีมกี่คน รายงานตรงต่อผู้จัดการฝ่ายบัญชี
5 คุณสมบัติ (Qualifications) การศึกษา ประสบการณ์ (กี่ปี) ทักษะ ใบรับรอง แยก "จำเป็น" กับ "ถ้ามีจะพิจารณาพิเศษ" ปริญญาตรีบัญชี ประสบการณ์ 1–3 ปี
6 เงื่อนไขการทำงาน ประเภทการจ้าง วัน-เวลาทำงาน สถานที่ ระยะเวลาสัญญาจ้าง (ถ้ามี) พนักงานประจำ จันทร์–ศุกร์ 08:30–17:30
7 เงินเดือนและสวัสดิการ (Salary & Benefits) ช่วงเงินเดือนหรือเงื่อนไข และสวัสดิการหลัก 18,000–25,000 บาท ประกันสุขภาพกลุ่ม
8 ตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ผลลัพธ์ที่ใช้วัดว่าทำงานได้ดี ปิดงบภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่องสวัสดิการพนักงาน ที่ควรระบุใน JD

 

เขียน Job Description ยังไง ทีละขั้นตอน

เขียน JD ได้ใน 6 ขั้น: เก็บข้อมูลจากคนทำงานจริง → เขียนสรุปงาน → ลิสต์หน้าที่เรียงตามความสำคัญ → กำหนดคุณสมบัติ → ใส่เงื่อนไขและค่าตอบแทน → ให้หัวหน้างานตรวจ

  1. เก็บข้อมูลจากคนทำงานจริง สัมภาษณ์หัวหน้างานหรือพนักงานที่ทำตำแหน่งนี้อยู่ ว่างานจริงในแต่ละวัน สัปดาห์ และเดือนคืออะไร
  2. เขียนสรุปงาน 2–3 ประโยค ตอบให้ได้ว่า ตำแหน่งนี้มีไว้เพื่ออะไร และสร้างผลลัพธ์อะไรให้องค์กร
  3. ลิสต์หน้าที่ 5–8 ข้อ เรียงจากสำคัญที่สุด ขึ้นต้นแต่ละข้อด้วยคำกริยา เช่น "จัดทำ", "ตรวจสอบ", "ประสานงาน"
  4. กำหนดคุณสมบัติ แยก "จำเป็น" กับ "พิจารณาพิเศษ" ใส่เฉพาะคุณสมบัติที่เกี่ยวกับการทำงานจริง
  5. ใส่เงื่อนไขการทำงานและค่าตอบแทน วัน-เวลาทำงาน สถานที่ ประเภทการจ้าง ช่วงเงินเดือน และสวัสดิการ
  6. ให้หัวหน้างานตรวจและทบทวนทุกปี หรือทุกครั้งที่ขอบเขตงานเปลี่ยน

 

ตัวอย่าง Job Description 

ตัวอย่าง JD ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ HR (HR Officer) ปรับใช้กับตำแหน่งอื่นได้โดยเปลี่ยนเนื้อหาในแต่ละส่วน

 

ชื่อตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล (HR Officer) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

สรุปงาน: ดูแลงานสรรหาพนักงาน งานเอกสารพนักงาน และการเตรียมข้อมูลเงินเดือนรายเดือน ให้ถูกต้องและตรงเวลา

 

หน้าที่และความรับผิดชอบ:

  1. ประกาศรับสมัครงาน คัดกรองใบสมัคร และนัดสัมภาษณ์ตามที่หัวหน้างานร้องขอ
  2. จัดทำสัญญาจ้างและเอกสารพนักงานใหม่ แจ้งเข้า-ออกประกันสังคม
  3. รวบรวมข้อมูลเวลาทำงาน การลา และ OT เพื่อส่งทำเงินเดือน
  4. ปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และตอบคำถามเรื่องสวัสดิการ
  5. อัปเดตฐานข้อมูลพนักงานให้เป็นปัจจุบัน

 

รายงานตรงต่อ: ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล

คุณสมบัติที่จำเป็น: ปริญญาตรีสาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์หรือที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์งาน HR 1–2 ปี ใช้ Excel ได้ดี

พิจารณาพิเศษ: เคยใช้โปรแกรม HR หรือโปรแกรมเงินเดือน

เงื่อนไขการทำงาน: พนักงานประจำ จันทร์–ศุกร์ 08:30–17:30 น. สำนักงานกรุงเทพฯ

เงินเดือนและสวัสดิการ: ตามโครงสร้างบริษัท ประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม วันลาพักร้อน

ตัวชี้วัดผลงาน: ปิดตำแหน่งว่างภายใน 30 วัน, ส่งข้อมูลเงินเดือนครบก่อนวันตัดรอบ

 

Job Description ที่ดีควรเป็นอย่างไร

JD ที่ดีต้องระบุงานชัด เขียนจากคนที่รู้งานจริง ใช้คำเข้าใจง่าย ไม่ใช้คำย่อลอย ๆ และกระชับ

 

 

1. ระบุลักษณะงานอย่างชัดเจน

ระบุบทบาทและหน้าที่ของตำแหน่งให้ชัดเจนและครบถ้วน เพื่อป้องกันความสับสนและงานที่ทับซ้อนกับตำแหน่งอื่น

 

2. เขียนจากผู้ชำนาญการในตำแหน่งหรือผู้ทำงานจริง

HR ไม่มีทางรู้รายละเอียดงานของทุกฝ่ายได้หมด JD ที่ดีจึงควรเขียนร่วมกับผู้ที่ทำงานในตำแหน่งนั้นจริง หรือหัวหน้างานของตำแหน่งนั้นโดยตรง

 

3. ใช้คำที่เข้าใจง่าย

ไม่จำเป็นต้องใช้คำสวยหรู เลี่ยงคำกำกวม ซับซ้อน หรือคำที่อาจทำให้เข้าใจผิด เพื่อให้ผู้สมัครเข้าใจรายละเอียดของตำแหน่งได้ถูกต้อง

 

4. ไม่ใช้คำย่อหรือตัวอักษรย่อ

ผู้สมัครอาจไม่คุ้นกับคำย่อภายในองค์กร ถ้าจำเป็นต้องใช้ ให้วงเล็บชื่อเต็มหรือคำอธิบายกำกับไว้

 

5. กระชับ ได้ใจความ

JD ที่ยาวไม่ได้แปลว่าดี เขียนเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวข้องและตรงประเด็น

 

สรุปความสำคัญของ Job Description

Job Description คือเอกสารที่บอกว่าตำแหน่งงานต้องทำอะไร รับผิดชอบอะไร และต้องการคนแบบไหน JD ที่ดีมีครบ 8 ส่วน เขียนร่วมกับคนที่รู้งานจริง กระชับ เข้าใจง่าย และทบทวนสม่ำเสมอ ช่วยให้ฝ่าย HR สรรหาได้ตรงคน กำหนดค่าตอบแทนและประเมินผลได้ชัดเจน

 

เมื่อมี JD พร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือการประกาศรับสมัครและคัดกรองผู้สมัคร ระบบรับสมัครงาน (Recruitment) ของ HumanSoft ช่วยรับใบสมัครออนไลน์และจัดการผู้สมัครได้ในระบบเดียว ดูวิธีใช้ได้ที่ ประกาศรับสมัครงานยุคใหม่ ด้วยโปรแกรม HR หรือทดลองใช้งานฟรี 30 วัน

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ JD

ถาม : JD ย่อมาจากอะไร

ตอบ : JD ย่อมาจาก Job Description แปลว่า คำบรรยายลักษณะงาน หรือ รายละเอียดงาน เป็นเอกสารระบุหน้าที่ ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติของตำแหน่งงาน

 

ถาม : ใครควรเป็นคนเขียน Job Description

ตอบ : ควรเขียนร่วมกันระหว่าง HR กับหัวหน้างานหรือผู้ที่ทำงานในตำแหน่งนั้นจริง HR ดูแลรูปแบบและความสอดคล้องกับโครงสร้างองค์กร ส่วนหัวหน้างานให้ข้อมูลว่างานจริงคืออะไร

 

ถาม : Job Description ควรยาวแค่ไหน

ตอบ : โดยทั่วไปประมาณ 1 หน้า หน้าที่หลัก 5–8 ข้อ และคุณสมบัติ 4–6 ข้อ ถ้ายาวกว่านี้มักแปลว่ารวมงานหลายตำแหน่งไว้ด้วยกัน

 

ถาม : ควรระบุเงินเดือนใน Job Description ไหม

ตอบ : ควรระบุช่วงเงินเดือนหรืออย่างน้อยเงื่อนไขค่าตอบแทน เพราะช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้เร็วและลดการสัมภาษณ์คนที่คาดหวังเงินเดือนไม่ตรงกัน

 

ถาม : ควรอัปเดต Job Description บ่อยแค่ไหน

ตอบ : ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่ขอบเขตงานเปลี่ยน มีการปรับโครงสร้าง หรือก่อนเปิดรับสมัครตำแหน่งนั้นใหม่

 

อ่านบทความเกี่ยวกับการรับสมัครงานเพิ่มเติม

ทีมงาน HumanSoft พร้อมให้คำปรึกษาโปรแกรมเงินเดือน HumanSoftทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน งาน HR
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
ทดลองใช้งานฟรี
LINEแชทกับเราติดต่อเรา30 วันทดลอง
ใช้ฟรี