บาดเจ็บจากการทำงานกับลาป่วยปกติ “สิทธิไม่เหมือนและแทนกันไม่ได้” หากบาดเจ็บขณะทำงานต้องใช้กองทุนเงินทดแทน เพื่อรับค่ารักษาและเงินชดเชยโดยไม่เสียวันลา
เจ็บในงาน vs ลาป่วยปกติ เลือกใช้สิทธิไหนให้ถูกกฎหมาย?
“เจ็บในงาน” กับ “ลาป่วยปกติ” เป็นสิทธิที่ต่างกันและใช้แทนกันไม่ได้ หากลูกจ้างบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ต้องใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ซึ่งจะช่วยออกค่ารักษาและมีเงินชดเชยระหว่างหยุดงาน โดยไม่กระทบวันลาป่วยประจำปี แต่ถ้าเป็นการเจ็บป่วยทั่วไป ให้ใช้สิทธิลาป่วยตามกฎหมาย ซึ่งมีโควตาวันลาและอาจต้องใช้ใบรับรองแพทย์
ทั้งนี้ การพิจารณาและกำหนดสิทธิที่ถูกต้องเป็นหน้าที่ของ HR หรือ นายจ้าง ที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองครบถ้วน และลดความเสี่ยงที่นายจ้างจะดำเนินการผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
กรณีบาดเจ็บจากงานและมีใบรับรองแพทย์ให้หยุดหลายวัน สามารถใช้สิทธิลาป่วยได้หรือไม่?
กรณีพนักงานได้รับบาดเจ็บจากการทำงานมีใบรับรองแทพย์ว่าให้หยุดทำงานเป็นจำนวน 45 วัน กรณีนี้สามารถใช้สิทธิลาป่วยได้ไหม?
จากกรณีดังกล่าว ไม่สามารถใช้สิทธิลาป่วยได้ เพราะตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 32 ระบุชัดเจนว่า การที่ลูกจ้างหยุดงานเนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน "ไม่ถือเป็นการลาป่วย"
ดังนั้น HR หรือ นายจ้างต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้พนักงานใช้สิทธิ กองทุนเงินทดแทนตั้งแต่วันแรก และรับเงินทดแทนครบทั้ง 45 วัน ในอัตรา 70% ของค่าจ้าง โดยไม่ต้องใช้วันลาป่วย เพื่อคงสิทธิวันลาป่วย 30 วันไว้สำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป
สิทธิประโยชน์ที่ "กองทุนเงินทดแทน" ดูแลแทนนายจ้าง
กองทุนเงินทดแทนถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างและลดภาระนายจ้าง โดยมีสิทธิประโยชน์หลัก ดังนี้
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าทดแทนการขาดรายได้
- ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ
- ค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ (กรณีเสียชีวิต)
- ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน
Tips! อ่านบทความเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ >> มัดรวมสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
แนวทางสำหรับ HR เมื่อพนักงานเกิดอุบัติเหตุในงาน
แนวทางสำหรับ HR เมื่อพนักงานได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และสร้างความเป็นธรรมให้พนักงาน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ดังนี้
1. ตรวจสอบว่า “เกี่ยวข้องกับงาน” หรือไม่
โดยพิจารณาว่าเหตุการณ์นั้น เกิดในเวลางานหรือไม่ เกิดในสถานที่ทำงานหรือระหว่างปฏิบัติงาน และเกิดจากลักษณะงานหรือคำสั่งของนายจ้างหรือไม่
ตัวอย่างที่เข้าข่าย
- บาดเจ็บจากเครื่องจักรขณะปฏิบัติงาน
- อุบัติเหตุระหว่างออกไปทำงานนอกสถานที่ตามคำสั่งของนายจ้าง
2. ส่งตัวรักษาและเก็บหลักฐานทันที
ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งและระบุให้ชัดเจนว่าเป็น “อุบัติเหตุจากการทำงาน” เพื่อให้ได้รับสิทธิอย่างถูกต้อง จากนั้นควรเก็บเอกสารสำคัญ เช่น ใบรับรองแพทย์ และรายงานเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินการต่อไป
3. แจ้งสำนักงานประกันสังคม
นายจ้างต้องแจ้งอุบัติเหตุภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปภายใน 15 วัน) เพื่อให้พนักงานใช้สิทธิ “กองทุนเงินทดแทน” ได้
4. ห้ามใช้ “ลาป่วย” แทน
ห้ามใช้ “ลาป่วย” แทนในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน ต้องใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมาย และไม่ควรนำวันลาป่วยของพนักงานมาหักแทน เนื่องจากเป็นสิทธิคนละประเภทกัน
5. ติดตามสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง
เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยระหว่างหยุดงาน รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด
Tips! คลิกเพื่ออ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ >>> HR ต้องทำอย่างไร เมื่อพนักงานประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน
สรุป พนักงานเจ็บในงาน ต้องใช้สิทธิลาป่วยหรือเบิกกองทุนเงินทดแทน
โดยสรุปแล้ว หากบาดเจ็บจากการทำงานต้องใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน แต่หากป่วยทั่วไปให้ใช้สิทธิลาป่วยตามปกติ ดังนั้น HR ควรรีบดำเนินการ แจ้งเหตุ และจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ขณะเดียวกันนายจ้างไม่ควรให้พนักงานนำวันลาป่วยมาใช้แทนในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน เพราะสิทธิไม่เหมือนกันและแทนกันไม่ได้
ที่มา : สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทน
Q: พนักงานบาดเจ็บระหว่างเดินทางไปทำงาน ถือเป็น "เจ็บในงาน" หรือไม่?
A: โดยปกติจะไม่ถือว่าเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ยกเว้น นายจ้างเป็นผู้จัดรถรับ-ส่งให้ หรือเป็นการเดินทางไปปฏิบัติงานตามคำสั่งเฉพาะของนายจ้าง
Q: ถ้าพนักงานมีใบรับรองแพทย์ให้หยุด 3 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเองไหม?
A: หากเป็นการเจ็บในงาน นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างใน 3 วันนั้น แต่พนักงานจะไปรับเงิน "ค่าทดแทน" จากกองทุนเงินทดแทนแทน
Q: ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการเบิก?
A: นายจ้างต้องยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย (กท.16) และใบรับรองแพทย์ (กท.16/1) ต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่
