Published:  2026-06-16 6 views
HR Knowledge
เริ่มต้นเปิดกิจการใหม่ มีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องรู้? - blog image preview
Blog >เริ่มต้นเปิดกิจการใหม่ มีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องรู้?

การทำธุรกิจไม่ได้มีแค่เรื่องสินค้าและการตลาดที่ต้องให้ความสำคัญแต่ยังรวมถึงการดูแลพนักงาน จัดการภาษีและจดทะเบียนกิจการอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

 

เรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้ คืออะไร?

เรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้ คือ ทักษะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และการมองภาพรวม ซึ่งไม่ใช่การมองแค่เรื่องของสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่เป็นการมองถึงการบริหารจัดการโดยรวมทั้งหมด ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาและพากิจการก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

 

3 เรื่องสำคัญที่คนเป็นเจ้าของกิจการต้องรู้

เรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้ ได้แก่ การเงินและภาษี กฎหมายธุรกิจ กฎหมายแรงงานพื้นฐาน และการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

 

1.การเงินและภาษี 2.กฎหมายธุรกิจและกฎหมายแรงงาน 3.การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล



1. การเงินและภาษี

กรมสรรพากรกำหนดให้บุคคลและนิติบุคคลที่มีรายได้หรือประกอบกิจการต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ดังนั้น เจ้าของกิจการต้องมีความรู้ด้านการเงินและภาษี ดังนี้

 

 

  • ภาษีเงินได้ : แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งจัดเก็บจากเงินได้สุทธิในอัตราก้าวหน้า 5%–35% และภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งจัดเก็บจากกำไรสุทธิของกิจการ โดยทั่วไปในอัตราสูงสุด 20% ขณะที่ SMEs ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์อาจได้รับสิทธิใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได 0%–20%
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการในอัตรา 7% และนำส่งกรมสรรพากร พร้อมจัดทำเอกสารภาษีที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ : ภาษีที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้ประกอบการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนและยื่นคำขอภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ
  • ภาษีอื่น ๆ : ภาษีที่เกี่ยวข้องตามลักษณะธุรกิจ เช่น ภาษีป้าย (กรณีมีป้ายหน้าร้าน), ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, อากรแสตมป์ (สำหรับทำสัญญา) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

 

Tips: ศึกษาเพิ่มเติม >>> ภาษีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง และใครบ้างที่ต้องเสียภาษีแต่ละแบบ

 

2. กฎหมายธุรกิจและกฎหมายแรงงานพื้นฐาน

 

  • การจดทะเบียนพาณิชย์ : เป็นการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจ เพื่อยืนยันว่าการดำเนินกิจการค้าขายหรือให้บริการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยร้านค้าทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ (บุคคลธรรมดา) ต้องจดภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มเปิดร้าน แต่ถ้าต้องการความน่าเชื่อถือและการลงทุนขนาดใหญ่ ควรจดเป็นนิติบุคคล
  • สัญญาจ้าง : เอกสารที่ระบุเงื่อนไข ข้อตกลง สิทธิ และหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างในการจ้างงาน แบ่งเป็น 4 ประเภท ประกอบไปด้วย สัญญาจ้างแบบ Full-Time, Part-Time, Contract และCasual (สัญญาจ้างรายวัน/รายชั่วโมง)
  • สิทธิวันหยุดของพนักงาน : กฎหมายแรงงานกำหนดขั้นต่ำให้พนักงานต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 1 วัน/สัปดาห์, วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี (ทำงานครบ 1 ปี) ในกรณีที่ให้พนักงานมาทำงานในวันหยุดต้องจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิการลาของพนักงาน : พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดว่าพนักงานมีสิทธิลากิจได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน/ปี, ลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริงโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี, ลารับราชทหารโดยได้รับค่าจ้างปีละไม่เกิน 60 วันทำงาน/ปี, ลาคลอคบุตร ไม่เกิน 120 วันทำงาน/ปี และลาเพื่อทำหมัน
  • ค่าล่วงเวลา : ลูกจ้างที่ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติจะได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดได้รับไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

 

Tips: ศึกษาเพิ่มเติม >>> เจ้าของกิจการต้องรู้! กฎหมายแรงงานปี 2569 มีอะไรอัปเดตบ้าง

 

3. การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

 

  • จัดการเงินเดือนและสวัสดิการ : ดูแลเรื่องเงินเดือน คำนวณการขาดงาน ลางาน หรือมาสาย พร้อมจัดสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ประกันสุขภาพ ค่าเดินทาง และโบนัส อย่างเหมาะสม
  • การจัดการกะการทำงาน : สำหรับธุรกิจที่มีการทำงานเป็นกะ เข้าของต้องมีการจัดตารางงานให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับพนักงาน พร้อมคำนึงถึงชั่วโมงการทำงานและวันหยุดให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน
  •  การสรรหาพนักงาน : คัดเลือกและสัมภาษณ์ผู้สมัครเพื่อหาคนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน และสามารถทำงานร่วมกับทีมได้

 

Tips: ศึกษาเพิ่มเติม >>> HR Application แนวทางการจัดการทรัพยากรบุคคลในยุคดิจิทัล

 

ตัวช่วยเจ้าของกิจการบริหารงานบุคคล

ปัจจุบันเจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะมีโปรแกรมบริหารงานบุคคล (HR Software) ที่ช่วยลดภาระงานและเพิ่มความสะดวกในการบริหารธุรกิจ โดยสามารถช่วยจัดการงานต่าง ๆ ได้ ดังนี้

 

  • จัดเก็บและบริหารข้อมูลพนักงานในระบบเดียว
  • คำนวณเงินเดือน ภาษี และเงินสมทบประกันสังคมอัตโนมัติ
  • จัดการการลา วันหยุด และสวัสดิการพนักงาน
  • บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน และติดตามการทำงานได้ง่าย
  • จัดตารางกะการทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละทีม
  • ยื่น-อนุมัติเอกสารผ่านระบบออนไลน์
  • ช่วยบริหารกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน

 

เมื่อมีระบบเข้ามาช่วยจัดการงานประจำ เจ้าของกิจการจึงมีเวลามากขึ้นในการวางแผนและพัฒนาธุรกิจให้เติบโต

 

สรุป เริ่มต้นเปิดกิจการใหม่ มีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องรู้?

สิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับสินค้าและบริการ แต่นายจ้างต้องให้ความสำคัญเกี่ยวการเงินและภาษี กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจกฎหมายแรงงานพื้นฐาน และการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมบริหารงานบุคคล (HR Software) ที่ช่วยลดภาระงานด้าน HR และงานเอกสารต่าง ๆ ทำให้เจ้าของกิจการบริหารธุรกิจได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

ถาม : เริ่มต้นธุรกิจใหม่ จดทะเบียนธุรกิจแบบไหนดี?

ตอบ : ถ้าเริ่มต้นธุรกิจและมีเจ้าของคนเดียว สามารถเริ่มในรูปแบบ บุคคลธรรมดา ได้ เพราะจดทะเบียนง่ายและค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ถ้าต้องการความน่าเชื่อถือ ควรพิจารณาจดเป็น นิติบุคคล  ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเติบโต

 

ถาม : ตัวช่วยบริหารจัดการพนักงานสำหรับเจ้าของกิจการที่เริ่มต้นทําธุรกิจ Start up มือใหม่

ตอบ : สามารถใช้โปรแกรม HR เพื่อบริการจัดการพนักงาน ลดภาระงานเอกสาร คำนวณเงินเดือน ภาษีและประกันสังคมได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา

 

ถาม : รายได้เท่าไหร่ถึงต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และมีกำหนดเวลาอย่างไร?

ตอบ : เมื่อกิจการมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

 

ถาม : เริ่มต้นธุรกิจใหม่มีพนักงาน 2 คน ต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างไหม?

ตอบ : ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน

 

ถาม : ไม่มีพื้นฐานเรื่องภาษีเลย เจ้าของกิจการควรจัดการยังไงดี?

ตอบ : ใช้บริการรับทำเงินเดือน หรือโปรแกรม HR ที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลรายรับ-รายจ่าย คำนวณภาษี และจัดทำรายงานต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษีและการปฏิบัติผิดกฎหมาย

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

hms-helpful-shadow svg fileโปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้