Published:  2026-05-14 19 views
HR Knowledge
กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน มีอะไรบ้างที่นายจ้างต้องรู้? - blog image preview
Blog >กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน มีอะไรบ้างที่นายจ้างต้องรู้?

รวมกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานที่นายจ้างต้องรู้ พร้อมหน้าที่และข้อกำหนดสำคัญ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและปัญหาทางกฎหมายในองค์กร

 

กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานคืออะไร และครอบคลุมเรื่องใดบ้าง?

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน คือ การกระทำหรือสภาพการทำงาน ซึ่งปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย อันเนื่องมาจากการทำงาน

 

โดยกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมเรื่องสำคัญ ดังนี้

  • การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย
  • การควบคุมเครื่องจักร อุปกรณ์ และไฟฟ้า
  • การป้องกันอันตรายจากสารเคมี ฝุ่น ควัน และเสียงดัง
  • การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)
  • การอบรมด้านความปลอดภัยให้พนักงาน
  • การจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัยและแผนฉุกเฉิน
  • การตรวจสุขภาพลูกจ้างตามปัจจัยเสี่ยง
  • การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.)
  • การรายงานและสอบสวนอุบัติเหตุจากการทำงาน

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับบางประเภทงาน เช่น งานก่อสร้าง งานบนที่สูง งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานในที่อับอากาศ และงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตราย ซึ่งนายจ้างต้องศึกษาและปฏิบัติตามให้ครบถ้วน



หน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายความปลอดภัย ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย และต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงาน 

 

1. จัดสถานที่ทำงานให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการให้มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมให้ลูกจ้างสามารถทำงานได้โดยไม่เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย

 

จัดทางหนีไฟและอุปกรณ์ดับเพลิง

 

ตัวอย่างเช่น

  • ดูแลระบบไฟฟ้าให้ได้มาตรฐาน
  • จัดทางหนีไฟและอุปกรณ์ดับเพลิง
  • ควบคุมพื้นที่เสี่ยงอันตราย
  • จัดแสงสว่างและระบบระบายอากาศให้เหมาะสม

  

2. จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.)

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยในองค์กร โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานและบุคลากรจะต้องขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

3. แจ้งอันตรายและจัดทำคู่มือความปลอดภัยให้พนักงาน

หากลักษณะงานมีความเสี่ยง นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมจัดทำคู่มือหรือแนวทางปฏิบัติงานก่อนเริ่มงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน

 

4. จัดอบรมความปลอดภัยให้พนักงาน

นายจ้างต้องจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีต่อไปนี้ ต้องมีการอบรมก่อนเริ่มงาน

  • รับพนักงานใหม่
  • เปลี่ยนตำแหน่งงาน
  • เปลี่ยนสถานที่ทำงาน
  • เปลี่ยนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์

 

ซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างทุกคนก่อนเริ่มงาน

 

5. จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน

 

จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)

 

ตัวอย่างเช่น

  • หมวกนิรภัย
  • รองเท้าเซฟตี้
  • ถุงมือ
  • หน้ากากป้องกันฝุ่นหรือสารเคมี
  • แว่นตานิรภัย
  • เข็มขัดกันตก

หากลูกจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ นายจ้างมีสิทธิสั่งหยุดการทำงานจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย

 

6. ประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนด้านความปลอดภัย

นายจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำแผนดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร รวมถึงอาจต้องส่งผลการประเมินและแผนดังกล่าวต่อหน่วยงานภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนด

 

7. แจ้งอุบัติเหตุหรือเหตุอันตรายตามกฎหมาย

  • กรณีลูกจ้างเสียชีวิต นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันที และให้แจ้งรายละเอียดและสาเหตุเป็นหนังสือภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเสียชีวิต
  • กรณีสถานประกอบกิจการได้รับความเสียหายหรือต้องหยุดการผลิต หรือมีบุคคลได้รับอันตรายอันเนื่องมาจากเพลิงไหม้ การระเบิด หรือสารเคมีรั่วไหล ให้นาจ้างแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันที
  • กรณีที่มีลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน เมื่อนายจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสำนักงานประกันสังคมตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ให้นายจ้างส่งสำเนาหนังสือแจ้งนั้นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย 

 

นอกจากนี้ นายจ้างยังมีหน้าที่ตามกฎหมายความปลอดภัยในด้านอื่น ๆ และหมวดอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สถานประกอบกิจการมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน 

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: สรุปสาระสำคัญ พรบ.ความปลอดภัยฯ 2554



บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และความเสี่ยงที่องค์กรต้องเจอ

บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มีโทษทั้งจำและปรับ โดยนายจ้างที่ฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 800,000 บาท



สรุป กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน มีอะไรบ้างที่นายจ้างต้องรู้?

กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน คือ กฎหมายที่กำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับลูกจ้าง โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดสถานที่ทำงาน การอบรมพนักงาน การจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน ไปจนถึงการควบคุมความเสี่ยงในการทำงาน

 

นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด หากละเลยอาจถูกสั่งปรับ ระงับการดำเนินงาน หรือมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ ต้นทุน และความน่าเชื่อถือขององค์กรในระยะยาว

 

อ้างอิง : กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “กฎหมายความปลอดภัย”

ถาม : กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน บังคับใช้กับธุรกิจประเภทใดบ้าง?

ตอบ : กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้กับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างทุกประเภท ทั้งโรงงาน สำนักงาน ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ งานก่อสร้าง และคลังสินค้า

 

ถาม : หากบริษัทมีพนักงานไม่กี่คน ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) หรือไม่?

ตอบ : ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและจำนวนลูกจ้าง โดยบางกิจการแม้มีพนักงานไม่มาก ก็อาจต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

 

ถาม : นายจ้างสามารถให้ลูกจ้างซื้ออุปกรณ์ Safety เองได้หรือไม่?

ตอบ : นายจ้างไม่สามารถผลักภาระให้ลูกจ้างซื้ออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เองได้

 

ถาม : หากลูกจ้างไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน นายจ้างมีความผิดหรือไม่?

ตอบ : นายจ้างยังมีหน้าที่ควบคุม กำกับ และดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย หากปล่อยปละละเลยอาจมีความรับผิดร่วมได้

 

ถาม : หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ต้องแจ้งหน่วยงานใด?

ตอบ : นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิต

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

hms-helpful-shadow svg fileโปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้