PageView Facebook
date_range 28/12/2022 visibility 4262 views
bookmark HR Knowledge
5 วิธีสร้างพลังบวกในการทำงานเป็นคนใหม่ ต้อนรับปี 2023 - blog image preview
Blog >5 วิธีสร้างพลังบวกในการทำงานเป็นคนใหม่ ต้อนรับปี 2023

เคล็ดลับสร้างพลังบวกในการทำงานให้กับตัวเองและส่งต่อพลังบวกให้กับคนรอบข้าง เพื่อเป็นคนใหม่ต้อนรับปี 2023 ดูวิธีเพิ่มพลังบวกของคุณ ในบทความนี้


5 วิธีสร้างพลังบวกในการทำงาน ต้อนรับปี 2023

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล คุณจะอารมณ์ดีอยู่เสมอ และคอยให้กำลังใจกับทุกคนในทุกแผนกที่เกี่ยวข้องกับคุณ แต่ใครกันล่ะจะอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา บางครั้งบางทีคุณก็อยากจะบีบลูกบอลความเครียดจนระเบิด เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถคิดบวกในการทำงานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่าย HR ที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับทุกคนในองค์กร ตั้งแต่ ทีมผู้บริหารไปจนถึงพนักงานใหม่ การมีอารมณ์ที่ไม่ดีหรือพลังงานลบของคุณอาจส่งผลต่อทั้งองค์กรได้ ดังนั้นมาดูวิธีสร้างพลังบวกในการทำงาน เพื่อต้อนรับปี 2023 กับ HumanSoft กัน !


พลังบวกสำคัญอย่างไรในการทำงาน

การสร้างพลังบวกในการทำงาน หมายถึง การมีทัศนคติ มุมมอง และกรอบความคิดที่ดีในขณะทำงาน หรือแปลว่าการทำให้ตัวเองมองโลกในแง่ดี มีความหวัง และมีแรงบันดาลใจ มีจุดมุ่งหมายควบคู่ไปกับความเพลิดเพลินในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งทัศนคติเชิงบวกเหล่านี้ ให้ประโยชน์มากมายกับตัวคุณ รวมถึงยังช่วยประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้คุณรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในที่ทำงานได้ดีขึ้น

โดยสรุปแล้ว การมองโลกในแง่ดีในที่ทำงานสามารถช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นบวกและสนุกสนานมากขึ้นสำหรับตัวคุณเองและคนรอบข้างนั่นเอง


5 เคล็ดลับเพิ่มพลังบวกในการทำงาน เปลี่ยนตัวเองต้อนรับปี 2023

ซึมซับแต่สิ่งดีๆ ไม่สนใจเรื่องดราม่า

วิธีปรับนิสัยเล็ก ๆ ให้ทำเราเป็นคนที่มีพลังบวกในการทำงาน อย่างแรกก็คือ การทำให้ตัวเองซึมซับแต่สิ่งดี ๆ ไม่เลือกสนใจเรื่องราวลบ ๆ หรือสนใจและตอบโต้เรื่องที่จะสร้างความเครียดให้กับเราได้ เช่น เรื่องดราม่า เรื่องไร้สาระไม่สร้างสรรค์ คำพูดเสียดสี หรือข่าวซุบซิบทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้อาจบั่นทอนสุขภาพจิตใจ

  หากเราอยากพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้ ลองเปลี่ยนนิสัยเลิกเอาตัวเองอยู่ในวงโคจรของเรื่องราวที่บั่นทอนทัศนคติของเรา เพราะว่าหากเรารับสิ่งใดเข้ามาในหัว เราก็มักจะส่งออกสิ่งเหล่านั้นตามไปด้วย หากอยากมีพฤติกรรมดี ๆ ลองเปลี่ยนมาสนใจซึมซับสิ่งดีๆ เรื่องราวดี ๆ ในแต่ละวัน หรือเข้าหากลุ่มที่ช่วยกันพัฒนาตนเอง เพราะเมื่อเราพาตัวเองไปอยู่ในสังคมหรือสภาพแวดล้อมแบบนี้ ตัวเราก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นคนที่ดีขึ้นได้


• คิดให้ดีก่อนทำหรือตอบอะไรลงไป

ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป อยากให้ช้าลงหน่อย มีสติให้มากขึ้น เพราะในบางครั้งบางทีสิ่งที่ทำให้เราฟุ้งซ่าน คิดมากไปคือการที่เราขาดสติ ทำอะไรใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหรือพยายามคิดพูดและทำอะไรที่เร็วเกินไป การเป็นแบบนี้มักทำให้เรานั้นหลุดไปกับความคิดเชิงลบ ทำให้เราอารมณ์เสียหงุดหงิดได้ หรือเจอสิ่งลบ ๆ มาเราก็จะตอบสนองออกไปโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง หรือคิดทบทวนให้ดีก่อน

  หากเกิดเหตุการณ์ที่ปะทะอารมณ์กับใคร ลองบอกตัวเองให้ช้าลงหน่อย ทำอะไรให้มีสติ ไม่ต้องรีบร้อน ลองสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ทางจมูก 3 ครั้ง เพื่อตั้งสติกับสิ่งที่เรากำลังตอบสนองอยู่ตรงหน้า การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสงบลงและคิดทบทวนสิ่งต่างๆ ได้ดีมากขึ้นแต่อย่างที่บอกไปว่าการมีอารมณ์เชิงลบบ้างไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ามันเกิดขึ้นอย่าให้มันมาควบคุมเราได้ ลองดึงมันให้ช้าลงหน่อย ไตร่ตรองถึงสิ่งที่จะทำ เพียงเท่านี้ก็สามารถควบคุมไม่ให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตบานปลาย



• ฝึกขอบคุณสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

วิธีต่อมาในการเสริมสร้างพลังบวกในการทำงานง่าย ๆ ด้วยการเริ่มต้นฝึกขอบคุณสิ่งที่เรามีอยู่ในทุก ๆ วัน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่อย่าได้มองข้ามไป เนื่องจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเกี่ยวกับบุคลิกภาพและจิตวิทยาทางสังคม นักวิจัยได้ให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยเขียนบันทึก 2 - 3 ประโยคในทุกสัปดาห์ โดยกลุ่มที่ 1 เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขารู้สึกขอบคุณในแต่ละวัน ส่วนกลุ่มที่ 2 เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่พอใจในแต่ละวัน หลังผ่านไป 10 สัปดาห์ นักวิจัยพบว่าผู้ที่จดบันทึกความสุขและเขียนขอบคุณในสิ่งที่เจอแต่ละวัน มีทัศนคติการมองโลกในด้านบวกที่ดีมากกว่าอีกกลุ่มนึง ดังนั้นอย่าลืมลองใช้วิธีนี้ที่จะขอบคุณสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพบเจอเป็นประจำ รับรองว่าอารมณ์ของคุณจะดีขึ้นมากในทุกวันแน่นอน


• ดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ

การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ยิ่งในวันที่เราเหนื่อยล้า เจองานหนัก พบเจอแต่ปัญหา ลองถอยออกมาและให้รางวัลกับตัวเอง ซึ่งการดูแลตัวเองในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการเสียเงินราคาแพง เพียงแค่ดูแลตัวเองด้วยวิธีที่เรียบง่ายและดีต่อสุขภาพก็เพียงพอแล้ว เช่น การที่เราได้อ่านหนังสือเล่มโปรดสักเล่ม การทำให้ตัวเองดื่มน้ำได้วันละ 8 แก้ว หรืออย่างการพาตัวเองออกไปเดินสวนสวนสาธารณะหลังเวลาเลิกงาน เป็นต้น

  โดยที่การดูแลตัวเองเช่นนี้ไม่ใช่แค่การเปิดรับสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่ยังรวมกับการพูดปฏิเสธกับสิ่งที่เราไม่ต้องการด้วยเช่นกัน ปี 2023 นี้ลองใส่ใจดูแลความสุขของตัวเราเองโดยเริ่มต้นความสุขเล็ก ๆ หมั่นถามตัวเองในแต่ละวันว่ามีความสุขไหม และอ่อนโยนกับตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า วันไหนที่ท้อแท้ก็ส่งเสริมพลังบวกให้กับตัวเราเองด้วยการหากิจกรรมพิเศษเริ่มลองทำดูดีกว่าการแบกรับความทุกข์ต่อไปเรื่อย ๆ


• พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ในทุกวัน

วิธีสุดท้ายในการเสริมสร้างพลังบวกในการทำงานก็คือ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ให้ดีเสมอ เพราะถ้าคุณเริ่มต้นตอนเช้าด้วยสิ่งที่ดีวันนั้นทั้งวันก็จะเป็นวันที่ดี แต่ถ้าหากคุณเริ่มต้นวันนั้นด้วยทัศนคติเชิงลบ มันก็จะส่งผลกระทบให้วันนั้นของคุณให้เป็นวันที่แย่ได้อีกนาน 

  ดังนั้นถ้าอยากให้อารมณ์ดี มีพลังบวกในการทำเรื่องต่างๆ ตลอดทั้งวัน ให้นำสิ่งที่รบกวนจิตใจออกและเลือกทำในสิ่งที่จะทำให้เรานั้นภาคภูมิใจในตัวเองหรือมีความสุขและอยากที่จะทำมันให้สำเร็จ เช่น ก่อนนอนให้คิดไว้เลยว่าพรุ่งนี้อยากทานอาหารเช้าดี ๆ ก็พาตัวเองให้เข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นให้เช้าขึ้น ทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ไม่ต้องไปคิดถึงงานที่กำลังจะมาถึง มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะดีที่สุด


ในปี 2023 ที่จะมาถึงจะเกิดสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้นกับทั้งตัวองค์กรและพนักงานเอง ทั้งการเข้ามามีบทบาทของ Digital Transformation ที่ได้ส่งผลต่อการทำงานที่เปลี่ยนไปในหลาย ๆ ด้าน รวมถึง HRM ที่จะมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ HR ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเตรียมพร้อมกับแนวคิดที่ดี มีทัศนคติเชิงบวก ฝึกฝนการสร้างพลังบวกในการทำงานให้กับตัวเองและคนรอบข้าง เพียงเท่านี้คุณก็จะพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงได้เยี่ยมยอดแน่นอน




โปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วันครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้