น้ำจำเป็นกับร่างกายมาก ดังนั้นต้องใส่ใจที่จะกินน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดี บทความนี้จะพาไปดูว่าเราควรกินน้ำวันละกี่ลิตร พร้อมตารางการดื่มกินในหนึ่งวัน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
- เคล็ดลับสมองไบรท์ คิดไว ไม่เบลอ 6อาหารบำรุงสมองสำหรับคนทำงาน
- Checklist อาการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าเข้าข่ายออฟฟิศซินโดรม
- Positive Thinking พลังแห่งการคิดบวกที่เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น
- 10 วิธีแก้อาการออฟฟิศซินโดรม ให้กลับมาทำงานได้อย่างสบายตัว
- 10 วิธีแก้อาการออฟฟิศซินโดรม ให้กลับมาทำงานได้อย่างสบายตัว
“น้ำ” สำคัญต่อร่างกายยังไง?
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุก ๆ เซลล์ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถขาดน้ำได้ นอกจากนี้น้ำยังมีความสำคัญต่อร่างกาย คือ
- ทำหน้าที่ละลายอาหารที่ย่อยแล้วและผ่านผนังหลอดเลือดที่ลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด
- เป็นตัวกลางนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์
- นำของเสียในร่างกายไปขับถ่ายในอวัยวะส่วนต่าง ๆ
- ช่วยหล่อลื่นให้อวัยวะต่าง ๆ มีการเคลื่อนไหวได้ดีและทำงานได้ตามปกติ
- ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
เห็นได้ชัดว่าน้ำมีความสำคัญกับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการกินน้ำให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี
อยากสุขภาพดีต้องกินน้ำวันละกี่ลิตร?
แน่นอนว่าเราทุกคนกินน้ำเป็นปกติในทุกวัน แต่จะรู้ได้อย่างไรว่ากินน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือเปล่า? ซึ่งร่างกายของแต่ละคนต้องการน้ำไม่เท่ากัน เนื่องจากปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันของแต่ละคน ดังนี้
วันเด็ก
อายุ 1-3 ปี ควรกินน้ำ 1-1.5 ลิตร
อายุ 4-5 ปี ควรกินน้ำ 1.3-1.95 ลิตร
อายุ 6-8 ปี ควรกินน้ำ 1.4-2.1 ลิตร
วัยรุ่น
อายุ 9-12 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 1.7-2.55 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.6-2.4 ลิตร
อายุ 13-15 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 1.7-2.55 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.6-2.4 ลิตร
อายุ 16-18 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 2.25-3.38 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.85-2.78 ลิตร
วัยผู้ใหญ่
อายุ 19-30 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 2.15-3.23 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.75-2.63 ลิตร
อายุ 31-70 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 2.1-3.15 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.75-2.63 ลิตร
อายุมากกว่า 70 ปี (ชาย) ควรกินน้ำ 1.75-2.63 ลิตร (หญิง) ควรกินน้ำ 1.55-2.33 ลิตร
สำหรับวัยทำงานสามารถคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันได้ง่าย ๆ โดยใช้เพียงน้ำหนักตัวของเราเท่านั้น โดยสูตรคือ น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) × 2.2 × 30 /÷ 2 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นปริมาณน้ำ (มิลลิลิตร) ที่ร่างกายควรได้รับในหนึ่งวัน
ตัวอย่างเช่น
นางสาว A มีน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม
คำนวณได้ดังนี้ 50 x 2.2 x 30/2 = 1,650 มิลลิลิตร หรือ 1.65 ลิตร นั่นเอง
ในหนึ่งวันควรแบ่งเวลากินน้ำยังไงให้เหมาะสม?
การดื่มน้ำให้พอเหมาะในหนึ่งวัน ไม่ต้องซับซ้อน แต่ควร “ดื่มสม่ำเสมอเป็นช่วง ๆ” เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและไม่หนักไตเกินไป แนะนำช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำในแต่ละวัน ดังนี้
06.00 – 08.00 น. (หลังตื่นนอน) — 1 แก้ว
- กระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
- ปลุกสมองและร่างกาย เติมน้ำหลังขาดน้ำจากการนอนหลายชั่วโมง
09.00 – 10.00 น. — 2 แก้ว
- บำรุงผิวพรรณและข้อกระดูก น้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ทำงานในห้องแอร์ ลดผิวแห้งได้ดี
ก่อนมื้อเที่ยง 30 นาที — 1 แก้ว
- กระตุ้นระบบเผาผลาญ
- ช่วยให้อิ่มเร็ว ลดโอกาสกินเกิน เหมาะกับผู้คุมน้ำหนัก
หลังมื้อเที่ยง 30 นาที — 1 แก้ว
- ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
- ส่งเสริมการขับของเสีย ลดการสะสมสารพิษในร่างกาย (ไม่ควรดื่มทันทีหลังอาหาร เพราะอาจทำให้กรดในกระเพาะถูกเจือจาง)
14.00 – 17.00 น. — 2 แก้ว
- เติมความสดชื่นช่วงบ่าย ลดอาการง่วง
- ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น เพิ่มสมาธิ
- เติมน้ำให้กล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับคนที่นั่งทำงานนาน
ก่อนมื้อเย็น 30 นาที — 1 แก้ว
- ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ
- ลดการกินเกินความจำเป็น เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
ก่อนนอน 20 นาที — 1 แก้ว
- ช่วยล้างของเสียและลดอาการขาดน้ำระหว่างหลับ
- ช่วยโดยเฉพาะผู้ที่นอนห้องแอร์หรือนอนแล้วเหงื่อออกง่าย
ข้อดีของการกินน้ำให้เหมาะสมกับร่างกายมีอะไรบ้าง?
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการ นอกจากจะดีต่อสุขภาพและอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายแล้ว ยังได้รับผลพลอยได้อื่น ๆ ด้วย ซึ่งข้อดีของการกินน้ำอย่างดหมาะสม ได้แก่
- ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
- ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี
- ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีข้น
- ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก
- เพิ่มสมาธิและความจำ
สรุป สุขภาพดีต้องกินน้ำวันละกี่ลิตร พร้อมตารางการกินนน้ำกี่ลิตรน้ำใน 1 วัน
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพราะน้ำช่วยทั้งระบบย่อยอาหาร การไหลเวียนเลือด การทำงานของสมอง รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น การรู้ปริมาณน้ำที่เหมาะสมต่อวัน รวมถึงการแบ่งดื่มเป็นช่วง ๆ ตลอดวัน จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
