ตั้งค่าเวลาการทำงาน


เมนูการตั้งค่าเวลาการทำงานในระบบ HumanSoft ถูกออกแบบมาเพื่อกำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับการตรวจสอบเวลาการทำงานของพนักงาน เช่น การมาสาย, การพักเกินเวลา, การกลับก่อนเวลา หรือการทำงานล่วงเวลา (OT) โดยสามารถตั้งค่าเพื่อหักเงินหรือให้เงินพนักงานตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงการตั้งค่าเพื่อคำนวณเงินโอทีได้อย่างแม่นยำ


ตัวอย่างเงื่อนไขตัวอย่างการตั้งค่าเวลาการทำงาน

1. กรณีช่วงเวลาเข้างาน 08.00 น.

  • หากพนักงานมีการลงเวลาก่อน 08.00 สามารถใช้งานฟังก์ชันมาเช้า เพื่อให้เงินพนักงานเพิ่มได้
  • หากพนักงานมีการลงเวลา 08.20 สามารถใช้ฟังก์ชัน สาย เพื่อให้ระบบหักเงินพนักงานได้

2. กรณีช่วงพัก 12.00 – 13.00 น.

  • หากพนักงานมีการเริ่มพักที่ 12.00 และ มีการลงเวลาหลังช่วงพัก 13.30 สามารถใช้งานฟังก์ชัน พักเกิน เพื่อทำการหักเงินพนักงานได้
  • หากพนักงานมีการเริ่มพักที่ 12.00 และ มีการลงเวลาหลังช่วงพัก 12.30 สามารถใช้งานฟังก์ชัน พักไว เพื่อให้เงินพนักงานเพิ่มได้

3. กรณีช่วงหลังเวลาเลิกงาน 17.00 น.

  • หากพนักงานมีการลงเวลาออกงาน 16.40 สามารถใช้งานฟังก์ชัน กลับก่อน เพื่อให้ระบบหักเงินพนักงานได้
  • หากพนักงานลงเวลาออกงานช่วง 17.30 สามารถใช้งานฟังก์ชัน กลับช้า เพื่อให้ระบบเพิ่มเงินให้กับพนักงานได้


คำแนะนำ: ฟังก์ชันกลับช้าสามารถใช้งานแทนการขอเอกสารโอทีได้ด้วยเช่นกัน


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"

การเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า" คือการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ หรือเพื่อบันทึกข้อมูลสถิติในกรณีที่พนักงานทำการบันทึกเวลาเข้างาน ก่อนถึงเวลาเริ่มงานตามตารางเวลางานที่กำหนดไว้ โดยสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ดังนี้

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" แล้วเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"


3. เลือกฟังก์ชัน "มาเช้า" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" มาเช้า


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "มาเช้า"

  • เริ่มนับ "มาเช้า" ก่อนเวลาเริ่มงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น เริ่มนับมาเช้าก่อนเริ่มงานต่ำสุด 5 นาที และ นับมาเช้าสูงสุดที่ 30 นาที
  • ได้รับเงิน "มาเช้า" หรือไม่: เป็นการกำหนดว่าพนักงานจะได้รับเงินหรือไม่ หากมาเช้าตามเงื่อนไข 
  • ริ่มได้รับเงิน "มาเช้า" ก่อนเวลาเริ่มงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณเงินเพิ่มให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีต่ำสุด / สูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2 )
  • ได้รับเงินแบบไหน: รูปแบบการให้เงินพนักงาน
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: กรณีมีการให้เงินพนักงาน ต้องการนำยอดเงินนี้ไปคำนวณกับอะไรบ้าง โดยมี ประกันสังคม ภาษี และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

6. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน ให้ดำเนินการคลิก "บันทึก"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "มาเช้า"

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • หากพนักงานลงเวลา 07.45 ระบบจึงจะคำนวณมาเช้าให้ 15 นาที เนื่องจากอยู่ในเรทนาทีที่ มาเช้ามากกว่า 5 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "มาเช้า"


  • หากพนักงานลงเวลา 06.50 ระบบจะคำนวณมาเช้าให้สูงสุดที่ 30 นาทีเท่านั้น ตามการตั้งค่านาทีสูงสุดของเงื่อนไข


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "มาเช้า"



วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"

การเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย" คือ การกำหนดอัตราปรับเงินพนักงานหรือเก็บสถิติเวลาพนักงานสแกนนิ้วเข้าทำงานหลังจากเวลาเริ่มงาน โดยสามารถเข้าใช้งานได้โดยการเข้ามาที่

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" และเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"


3. เลือกฟังก์ชัน "สาย" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" สาย


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "สาย" ดังนี้

  • เริ่มนับ "สาย" หลังเวลาเริ่มงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น เริ่มนับสายหลังเริ่มงานนาทีต่ำสุด 5 นาที และ นับสายสูงสุดที่ 60 นาที
  • การกำหนดนาทีกรณีพนักงานเข้างานสาย: เป็นการกำหนดว่ากรณีพนักงานเข้างานสาย จะเริ่มนับย้อนตั้งแต่เวลาเริ่มงาน หรือ นับต่อจากเงื่อนไขในข้อที่ 2 
  • หักเงิน "สาย" หรือไม่: กำหนดว่าจะหักเงินหรือไม่หักเงินพนักงาน หากมาสายตามเงื่อนไข 
  • เริ่มหักเงิน "สาย" หลังเวลาเริ่มงานกี่นาที: ป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีต่ำสุด / สูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2 )
  • การกำหนดนาทีที่จะคำนวณหักเงิน: เป็นการกำหนดนาทีที่จะคำนวณเงินหักให้กับพนักงาน ว่าจะเริ่มหักจากเวลาเริ่มงาน หรือ หักนับจากเงื่อนไขในข้อที่ 5
  • หักเงินแบบไหน: รูปแบบการให้เงินพนักงาน 
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: กรณีมีการให้เงินพนักงาน ต้องการนำยอดเงินนี้ไปคำนวณกับอะไรบ้าง โดยมี ประกันสังคม ภาษี และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

6. เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการกด "บันทึก"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "สาย"

ตัวอย่างที่ 1: กรณีเลือกหัวข้อที่ 3 และ 6 เป็นตัวเลือกที่ 1 (นับหลังจากเวลาเริ่มงาน)

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • หากพนักงานลงเวลา 08.07 ระบบจึงจะคำนวณสายให้ 7 นาที (คำนวณตามจริง)

เนื่องจากอยู่ในเรทนาทีที่ สายมากกว่า 5 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "สาย"


ตัวอย่างที่ 2: กรณีเลือกหัวข้อที่ 3 และ 6 เป็นตัวเลือกที่ 2 (นับต่อจากเงื่อนไขข้อที่ 2)

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • หากพนักงานลงเวลา 08.07 ระบบจึงจะคำนวณสายให้ 2 นาที (หัก 5 นาทีต่ำสุดออกก่อน) เนื่องจากอยู่ในเรทนาทีที่ สายมากกว่า 5 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "สาย"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"

ฟังก์ชัน "พักเกิน" ในระบบ HumanSoft ถูกออกแบบมาเพื่อกำหนดอัตราปรับเงินพนักงานหรือเก็บสถิติเวลาในกรณีที่พนักงานพักเกินเวลาที่กำหนด เช่น การสแกนนิ้วเข้า-ออกช่วงพักเที่ยงแล้วกลับมาทำงานช้ากว่ากำหนด โดยสามารถตั้งค่าได้ดังนี้

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" แล้วเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"


3. เลือกฟังก์ชัน "พักเกิน" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" พักเกิน


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "พักเกิน" ดังนี้

  • เริ่มนับ "พักเกิน" หลังเวลาเลิกพักกลางวันกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น เริ่มนับพักเกินก่อนหลังเวลาเลิกพัก 0 นาที และ นับมาพักเกินสูงสุดที่ 60 นาที
  • หักเงิน "พักเกิน" หรือไม่: กำหนดว่าจะพักเงินพนักงานหรือไม่ หากพักเกินตามเงื่อนไข
  • เริ่มหักเงิน "พักเกิน" หลังเวลาเลิกพักกลางวันกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีต่ำสุด / สูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2 )
  • หักเงินแบบไหน: รูปแบบการให้เงินพนักงาน
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: กรณีมีการให้เงินพนักงาน ต้องการนำยอดเงินนี้ไปคำนวณกับอะไรบ้าง โดยมี ประกันสังคม ภาษี และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

6. เมื่อระบุข้อมูลครบถ้วน ให้ทำการกด "บันทึก"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "พักเกิน"

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • ถ้าพนักงานลงเวลาพักออก 12.00 และ เข้างานอีกครั้ง 13.05 น. ระบบจะคำนวณพักเกินให้ 5 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "พักเกิน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"

การเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว" ในระบบ HumanSoft เป็นการตั้งค่าเพื่อกำหนดเงื่อนไขการตรวจสอบเวลาการพักกลางวันของพนักงานที่กลับมาทำงานก่อนเวลาที่กำหนด โดยสามารถตั้งค่าเพื่อให้ระบบเก็บสถิติหรือให้ผลประโยชน์เพิ่มเติมแก่พนักงานได้ตามเงื่อนไขที่องค์กรกำหนด ขั้นตอนการตั้งค่ามีดังนี้

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" แล้วเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"


3 . เลือกฟังก์ชัน "พักไว" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" พักไว


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "พักไว"

  • เริ่มนับ "พักเกิน" หลังเวลาเลิกพักกลางวันกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น นับพักไวสูงสุดที่ 30 นาที
  • หักเงิน "พักเกิน" หรือไม่: กำหนดว่าจะพนักงานจะได้รับเงินหรือไม่ หากพักไวตามเงื่อนไข
  • เริ่มหักเงิน "พักเกิน" หลังเวลาเลิกพักกลางวันกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณเงินเพิ่มให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีสูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2)
  • หักเงินแบบไหน: รูปแบบการให้เงินพนักงาน
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: กรณีมีการให้เงินพนักงาน ต้องการนำยอดเงินนี้ไปคำนวณกับอะไรบ้าง โดยมี ประกันสังคม ภาษี และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

6. เมื่อระบุข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ทำการกด "บันทึก"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "พักไว"

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • ถ้าพนักงานลงเวลาพักออก 12.00 และ เข้างานอีกครั้ง 12.15 น. ระบบจะคำนวณพักไวให้ 30นาที ตามตั้งค่านาทีสูงสุดเนื่องจากอยู่ในเรทช่วงนาที 1 – 30 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "พักไว"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"

การเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน" คือ การกำหนดอัตราปรับเงินพนักงานหรือเก็บสถิติเวลาพนักงานสแกนนิ้วออกก่อนเวลาเลิกงาน โดยสามารถตั้งค่าได้ดังนี้

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" แล้วเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"


3. เลือกฟังก์ชัน "กลับก่อน" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" กลับก่อน


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "กลับก่อน" ดังนี้

  • เริ่มนับ "กลับก่อน" ก่อนเวลาเลิกงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น เริ่มนับกลับก่อนหลังเลิกงานนาทีต่ำสุด 5 นาที และ สูงสุด 60 นาที 
  • กำหนดนาทีกรณีพนักงานกลับก่อน: เป็นการกำหนดว่ากรณีพนักงานกลับก่อน จะเริ่มนับย้อนตั้งแต่นาทีแรก หรือ นับต่อจากเงื่อนไขในข้อที่ 2 
  • หักเงิน "กลับก่อน" หรือไม่: กำหนดว่าจะหักเงินหรือไม่หักเงินพนักงาน หากกลับก่อนตามเงื่อนไข 
  • เริ่มหักเงิน "กลับก่อน" ก่อนเวลาเลิกงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีต่ำสุด / สูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2)
  • กำหนดนาทีที่จะคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน: เป็นการกำหนดว่าจะเริ่มหักจากเวลาเลิกงาน หรือ หักนับจากเงื่อนไขในข้อที่ 5
  • หักเงินแบบไหน
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: กรณีมีการให้เงินพนักงาน ต้องการนำยอดเงินนี้ไปคำนวณกับอะไรบ้าง โดยมี ประกันสังคม ภาษี และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

6. เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการกด "บันทึก"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "กลับก่อน"

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • ถ้าพนักงานลงเวลาออกงาน 16.35 น. ระบบจะคำนวณกลับก่อนให้ 25 นาที (ตามจริง) เนื่องจากมีการกลับก่อนมากว่า 5 นาที และ อยู่ในเรทน้อยกว่า 60 นาที


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "กลับก่อน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"

การเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า" คือ การกำหนดอัตราปรับเงินพนักงานหรือเก็บสถิติเวลาพนักงานสแกนนิ้วออกหลังเวลาเลิกงาน โดยสามารถตั้งค่าได้ดังนี้

1. เข้าสู่เมนู "ตั้งค่า"

2. จากนั้นเลือก "ตั้งค่าการคำนวณ" แล้วเลือก "ตั้งค่าเวลาการทำงาน"


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"


3. เลือกฟังก์ชัน "กลับช้า" และกดที่ "ปากกา" แก้ไข


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"


4. จากนั้นกดที่เลือกประเภทของพนักงานที่ต้องการ "เปิด" กลับช้า


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"


5. กำหนดเงื่อนไขการ "กลับช้า" ดังนี้

  • เริ่มนับ "กลับช้า" หลังเวลาเลิกงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะให้ระบบตรวจสอบเวลา เช่น เริ่มนับกลับช้าหลังเลิกงาน 10 นาที และ สูงสุด 60 นาที 
  • กำหนดนาทีกรณีพนักงานกลับช้า: เป็นการกำหนดว่ากรณีพนักงานกลับช้า จะเริ่มนับย้อนตั้งแต่นาทีแรก หรือ นับต่อจากเงื่อนไขในข้อที่ 2 
  • ได้รับเงิน "กลับช้า" หรือไม่: กำหนดว่าจะหักเงินหรือไม่หักเงินพนักงาน หากกลับช้าตามเงื่อนไข 
  • เริ่มได้รับเงิน "กลับช้า" หลังเวลาเลิกงานกี่นาที: เป็นการกำหนดนาทีที่จะเริ่มให้ระบบคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน (แนะนำให้เป็นการตั้งค่านาทีต่ำสุด / สูงสุด ตามเงื่อนไขในข้อที่ 2)
  • กำหนดนาทีที่จะคำนวณหักเงินพนักงาน: เป็นการกำหนดนาทีที่จะคำนวณหักเงินให้กับพนักงาน ว่าจะเริ่มหักจากเวลาเลิกงาน หรือ หักนับจากเงื่อนไขในข้อที่ 5
  • ได้รับเงินแบบไหน
  • ปัดเศษจำนวนเงิน
  • นำไปคำนวณกับ: เป็นการกำหนดรายการที่ต้องการให้นำยอดเงินส่วนนี้ไปใช้เป็นฐานในการคำนวณ

6. เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการกด "บันทึก"


คำแนะนำ: กรณีกลับช้า สามารถตั้งค่าให้คำนวณโอทีแทนการขอเอกสารโอทีในระบบได้ ระบบจะคำนวณค่าล่วงเวลาให้อัตโนมัติ


วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "กลับช้า"

กะการทำงาน คือ 08.00 – 12.00 – 13.00 – 17.00

  • ถ้าพนักงานลงเวลาออกงาน 17.45 น. ระบบจะคำนวณกลับช้าให้ 45 นาที (ตามจริง)


ตัวอย่างการแสดงผลของเงื่อนไข "กลับช้า"



หลักการคำนวณเงินของรูปแบบแต่ละประเภท

1.การคำนวณแบบ "ตามเรทค่าแรง" 

วิธีคิด เงินเดือน ÷ จำนวนวันทำงานในเดือน = ค่าแรงรายวัน

ค่าแรงรายวัน ÷ จำนวนชั่วโมงการทำงานในวัน = ค่าแรงรายชั่วโมง

ค่าแรงรายชั่วโมง x ค่าน้ำหนัก(Weight) = ค่าแรงที่ได้ในการทำโอที 1 ชั่วโมง

ค่าแรงปรับเพิ่มปรับลด x จำนวนชั่วโมงที่เกิดขึ้น = เงินได้โอที 

แทนค่า เงินเดือน 9000 บาท ÷ 30 วันในเดือน = 300 บาทต่อวัน

300 บาทต่อวัน ÷ 10 ชั่วโมงต่อวัน = 30 บาทต่อชั่วโมง

30 บาทต่อชั่วโมง x 1.25 ค่าน้ำหนัก(Weight) = 37.5 บาทต่อชั่วโมง

37.5 บาทต่อชั่วโมง x โอทีล่วงเวลา (x1.0) 2 ชั่วโมง = ได้รับเงิน 75 บาท


2. การคิดคำนวณ "เป็นนาที" 

วิธีคิด จำนวนชั่วโมงที่เกิดขึ้น x บาทต่อนาที(Rate) = เงินที่ได้รับโอที

แทนค่า 

โอทีล่วงเวลา (x1.0) 1 ชั่วโมง x 0.5 บาทต่อนาที (Rate) = ได้รับเงิน 30 บาท

โอทีล่วงเวลา (x1.0) 120 นาที x 0.5 บาทต่อนาที(Rate) = ได้รับเงิน 60 บาท


3. การคิดคำนวณรูปแบบ "ตามสูตรการคำนวณพิเศษ" 

วิธีคิด เป็นการกำหนดขั้นบันไดการคำนวณเงินโอทีให้กับพนักงาน 

ตามความต้องการของบริษัทลูกค้า โดยสามารถเลือกกำหนดเป็นบาท หรือ จำนวนเท่า

แทนค่า การคำนวณเป็นขั้นบันได เช่น

ทำโอทีครบ 10 นาที จะได้รับเงิน 5 บาท

ทำโอทีครบ 30 นาที จะได้รับเงิน 30 บาท

ทำโอทีครบ 60 นาที จะได้รับเงิน 100 บาท


การคำนวณแบบเป็นบาท เมื่อพนักงานมาสาย ตั้งแต่ 

นาทีที่ 1 จนถึง นาทีที่ 60 จะถูกหัก 50 บาท

นาทีที่ 61 จนถึง นาทีที่ 120 จะถูกหัก 100 บาท


การคำนวณ เป็นจำนวนเท่า เมื่อพนักงานมาสาย ตั้งแต่ 

นาทีที่ 1 จนถึง นาทีที่ 60 จะถูกหัก 60 นาที 

จำนวน 1 เท่าของค่าแรง

นาทีที่ 61 จนถึง นาทีที่ 120 จะถูกหัก 120 บาท 

จำนวน 1 เท่าของค่าแรง


4. การคิดคำนวณรูปแบบ "แปลงเป็นวันหยุดพิเศษ"

วิธีคิด จำนวนชั่วโมงการทำงานในวัน x ค่าน้ำหนัก(Weight) = จำนวนชั่วโมงวันหยุดพิเศษที่ได้รับ

แทนค่า ทำงาน 2 ชั่วโมง x 1.5 ค่าน้ำหนัก(Weight) = 3 ชั่วโมงวันหยุดพิเศษที่ได้รับ

สารบัญเนื้อหาที่ คุณสนใจ
  • ตั้งค่าเวลาการทำงาน
  • ตัวอย่างเงื่อนไขตัวอย่างการตั้งค่าเวลาการทำงาน
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "มาเช้า"
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "สาย"
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักเกิน"
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "พักไว"
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับก่อน"
  • วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชัน "กลับช้า"
  • หลักการคำนวณเงินของรูปแบบแต่ละประเภท

hms-helpful-shadow svg fileโปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้