PageView Facebook
date_range 16/12/2022 visibility 4414 views
bookmark HR Trend
HR Trend 2023 ทิศทางการทำงานยุคใหม่ - blog image preview
Blog >HR Trend 2023 ทิศทางการทำงานยุคใหม่

จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้การทำงานของ HR เปลี่ยนไป การทำงานอาจต้องมีการปรับตัวกันเพิ่มมากขึ้น โดย Trend HR 2023 จะเป็นไปในทิศทางใดนั้น มาดูกันในบทความนี้เลย


บทความเกี่ยวข้องที่คุณอาจสนใจ :


โลกแห่งการทำงานในปี 2023


Trend การทำงานในองค์กรปี 2023 นั้น กำลังเปลี่ยนไป หลังจากการระบาดของโรคโควิด–19 ครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นอย่างมาก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR จึงมีบทบาทสำคัญที่จะชี้นำองค์กรให้ผ่านมรสุมจากโรคระบาด อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ตามมา แม้ว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและวิกฤติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะพลาดท่าให้กับการเปลี่ยนแปลงต่อไปได้เช่นกัน ดังนั้น HR จึงต้องศึกษา HR Trend 2023 เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานในองค์กร ให้สอดคล้องกับแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป


HR Trend 2023


1. ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ (Well-Being)

     จากการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของโลกและผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้พนักงานหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่กันมากขึ้น รวมถึงไลฟ์สไตล์ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะที่ผ่านมา พนักงานมีความกังวลและความเครียดกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่รายได้ยังคงที่และไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ ทำให้มีความเหนื่อยหนายในการทำงานเกิดขึ้น ดังนั้น Trend ในเรื่องของสวัสดิการด้าน Well-Being หรือด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ในชีวิตการทำงาน ที่ไม่ใช่เพียงแค่สวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี หรือประกันกลุ่มแบบทั่วไป เช่น สวัสดิการอุปกรณ์การทำงานแบบ Ergonomics, สวัสดิการปรึกษาจิตแพทย์ให้กับพนักงานฟรี, สวัสดิการกายภาพบำบัดสำหรับ Office Syndrome โดยเฉพาะ ฯลฯ ก็จะช่วยให้พนักงานรู้สึกถึงความห่วงใยด้านสุขภาพ ที่องค์กรให้กับพวกเขาพนักงานจะมีความสุขในการทำงานและพร้อมที่จะเติบโตไปกับองค์กรอีกด้วย


2. การทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น (Hybrid Working)

การทำงานแบบผสม (Hybrid Working) โดยที่บริษัทจะให้พนักงานสามารถทำงานทั้งจากที่ออฟฟิศและจากที่บ้านหรือทำงานนอกสถานที่ได้ แทนการทำงานที่ออฟฟิศ 100% นั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 ที่เกิดการระบาดของโควิด–19 จนกระทั่งมาในปี 2023 นี้นั้น การทำงานแบบ Hybrid Working นี้ จะกลายมาเป็นเรื่องปกติของการทำงานในองค์กรยุคใหม่ เพราะสามารถสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน ได้อย่างใกล้เคียงหรือมากกว่าการทำงานในรูปแบบเก่า ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และช่วยทำให้พนักงานได้อิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้การทำงานแบบ Hybrid Working กลายเป็นสิ่งที่คนทำงานในยุคปัจจุบัน ต่างมองหาจากองค์กรมากขึ้นด้วย


3. DEI คือสิ่งที่พนักงานต้องการ

DEI หรือ Diversity, Equity และ Inclusion ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ความหลากหลาย ความเสมอภาคและการรวมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียวในองค์กร ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ DEI ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความสุข มีความคิดสร้างสรรค์หลากหลายมากขึ้น สามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มแนวทางการแก้ไขปัญหาในการทำงานแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพราะเมื่อองค์กรสามารถสร้างวัฒธรรม DEI ได้ พนักงานจะรู้สึกว่าองค์กรยอมรับในสิ่งที่พวกเขาเป็น เช่น การยอมรับความหลากหลายของคนทำงานในองค์กรที่ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องเพศ แต่ยังรวมถึงช่วงวัย เชื้อชาติ ภาษา ประสบการณ์ที่มีความต่างกันในองค์กร ซึ่งเรื่องของ DEI นี่เองที่เป็นสิ่งที่พนักงานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทุกคน ล้วนตามหาจากองค์กรที่อยากร่วมงานด้วย


4. ยกระดับหัวหน้างานและผู้จัดการ

จากกระแสการลาออกครั้งใหญ่ (The Great Resignation) นั้น ทำให้ผู้ปฏิบัติงานระดับสูงหลายคนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือหลายๆ องค์กรจ้างผู้มีประสบการณ์น้อยเพื่อมาเป็นผู้นำ จึงตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ต้องมีการพัฒนาผู้นำให้มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมกับการอัพเกรดบทบาทในการทำงานของผู้นำในองค์กร ให้ทันสมัยมากขึ้นด้วย ซึ่งบทบาทที่จะเพิ่มเข้ามาก็คือ เรื่องของการสนับสนุน Career Path ของคนในทีม หรือพนักงานที่อยู่ใต้การดูแลของ Manager แต่ละคน เช่น มีการจัด Sessions สอนความรู้ที่จำเป็นต่อสายอาชีพนั้น ๆ จาก Manager หรือการมี Sessions 1-1 ในทุกไตรมาสเพื่ออัปเดตการทำงาน รับฟังปัญหาที่เกิดจากการทำงานและช่วยแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ Manager ที่มีความใส่ใจต่อพนักงานทุกคนในทีมไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่เพียงอย่างเดียวเป็นต้น ซึ่งการยกระดับหัวหน้างานและผู้จัดการนั้น เป็นกุญแจสำคัญสำหรับ HR ก็ว่าได้ เพราะจะเป็นการช่วยรักษาพนักงานคุณภาพไว้ในองค์กรด้วยเช่นกัน


5. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ในที่ทำงาน

จากกระแสการลาออกหรือการสับเปลี่ยนครั้งใหญ่ การขาดการพัฒนาอาชีพและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน คือสาเหตุการลาออกของพนักงานหลักๆ ดังนั้น การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของพนักงาน จึงเป็นหนึ่งในวิธีการดึงดูดพนักงานในองค์กรไว้ได้ เพราะนอกจากเรื่องผลตอบแทนแล้ว พนักงานยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการเติบโตและการเลื่อนตำแหน่งด้วยเช่นกัน HR จึงต้องมีการสนับสนุน เพิ่มพูนทักษะ หรือมีแผนการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างจริงจัง



สรุป HR Trend 2023 ทิศทางการทำงานยุคใหม่


จาก Trend HR ในปี 2023 จะเห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปและกำลังจะเป็นกระแสต่อโลกการทำงานขององค์กรมากขึ้นก็คือ เรื่องขององค์กรที่ต้องหันมาใส่ใจความเป็นอยู่และพัฒนาทักษะการทำงานให้พนักงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนเป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ ทีม HR ในองค์กร ที่ต้องคอยดูแล สร้างสรรค์สวัสดิการใหม่ ๆ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นบริษัทสมัยใหม่มากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่า HR เอง ก็เป็นพนักงานคนหนึ่ง การพัฒนาตัวเองและเพิ่มทักษะที่ขาดให้กับตัวเอง ก็เป็นเรื่องสำคัญมากด้วยเช่นกัน หากฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้วล่ะก็พนักงานและองค์กรก็จะเติบโตไปตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน



โปรแกรมเงินเดือน HumanSoft
ทดลองใช้ฟรี 30 วันครบทุกฟังก์ชัน
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้