ปี 2569 นี้ ประกันสังคมปรับอัตราเงินสมทบใหม่ ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ จ่ายเพิ่มแล้วได้สิทธิอะไรเพิ่มบ้าง มาดูกัน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
- อัปเดตอัตราประกันสังคมว่างงาน เงินทดแทนเพิ่มขึ้นเท่าไหร่บ้าง
- SSO Plus เช็กสิทธิ์ ตรวจสอบข้อมูลประกันสังคม ครบในแอปเดียว
- ประกันสังคมมาตรา 33, 39 และ 40 มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
- ประกันสังคม กับ บัตรทอง ต่างกันยังไง สิทธิไหนดีกว่ากัน?
- นายจ้างต้องรู้! หากไม่ชำระเงินสมทบประกันสังคม เสี่ยงกฎหมาย!
- วิธีลงทะเบียนว่างงานประกันสังคมออนไลน์ 2568 ทำเองง่าย ๆ
ปี 2569 ประกันสังคมปรับเพดานเงินสมทบเพิ่มเท่าไหร่
ในปี 2569 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะเริ่มใช้สูตรคำนวณเงินสมทบรูปแบบใหม่ จากเดิมที่มีเพดานฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท/เดือน จะต้องจ่ายเงินสมทบ 5% อยู่ที่ 750 บาท โดยการคำนวณรูปแบบใหม่จะเป็นแบบขั้นบันได 3 ระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน ดังนี้
- ระยะที่ 1 : ปี 2569-2571 ปรับเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 17,500 บาท จะต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 2 : ปี 2572-2574 ปรับเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 20,000 บาท จะต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 3 : ปี 2575 เป็นต้นไป ปรับเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 23,000 บาท จะต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมมีอะไรบ้าง
แน่นอนว่า “จ่ายมากขึ้น” ย่อมทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “แล้วสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่?” คำตอบคือ “ในการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมใหม่นั้น สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 : ปี 2569-2571 เพดานฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น คือ
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 8,750 บาทต่อเดือน (291 บาทต่อวัน สูงสุด 180 วัน รวม 52,500 บาท)
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 8,750 บาทต่อเดือน
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 8,750 บาทต่อเดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 105,000 บาท
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี 3,500 บาทต่อเดือน
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 25 ปี 6,125 บาทต่อเดือน
ระยะที่ 2 : ปี 2572-2574 เพดานฐานค่าจ้างสูงสุด 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น คือ
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 10,000 บาทต่อเดือน (333 บาทต่อวัน สูงสุด 180 วัน รวม 60,000 บาท)
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 10,000 บาทต่อเดือน
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 10,000 บาทต่อเดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 30,000 บาทต่อครั้ง
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 120,000 บาท
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี 4,000 บาทต่อเดือน
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 25 ปี 7,000 บาทต่อเดือน
ระยะที่ 3 : ปี 2575 เป็นต้นไป เพดานฐานค่าจ้างสูงสุด 23,000 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น คือ
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 11,500 บาทต่อเดือน (383 บาทต่อวัน สูงสุด 180 วัน รวม 69,000 บาท)
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 11,500 บาทต่อเดือน
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 11,500 บาทต่อเดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 34,500 บาทต่อครั้ง
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 138,000 บาท
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี 4,600 บาทต่อเดือน
- เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 25 ปี 8,050 บาทต่อเดือน
หมายเหตุ : การปรับเพดานฐานเงินเดือนสูงสุดทั้ง 3 ระยะกำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย รอประกาศมีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้
สรุป ปี 2569 เพดานเงินสมทบประกันสังคมเพิ่ม ได้สิทธิอะไรเพิ่มบ้าง
การปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เป็นการขยับฐานค่าจ้างและเงินสมทบให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แม้ผู้ประกันตนและนายจ้างจะต้องจ่ายมากขึ้น แต่ก็แลกมากับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในทุกด้าน ทั้งเงินชดเชยเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน คลอดบุตร เสียชีวิต และเงินบำนาญยามเกษียณ
