โปรแกรมลงเวลาทำงาน GPS และสแกนใบหน้ามีอะไรบ้าง
โปรแกรมลงเวลาที่สแกนใบหน้าและ GPS ได้ ช่วยตรวจสอบทั้งตัวบุคคลและตำแหน่งขณะลงเวลา เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดการลงเวลาแทนกันและดูแลพนักงานหลายพื้นที่ผ่านระบบเดียว
ปัจจุบันพนักงานไม่ได้ทำงานอยู่ในสถานที่เดียวเสมอไป บางคนประจำสำนักงาน บางคนทำงานหลายสาขา ขณะที่ทีมขายหรือพนักงานภาคสนามต้องออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ วิธีลงเวลาแบบเดิมจึงอาจไม่ตอบโจทย์ทุกทีม
โปรแกรมลงเวลาที่รองรับการสแกนใบหน้าและระบบระบุตำแหน่งบนโลก (Global Positioning System: GPS) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้องค์กรตรวจสอบข้อมูลได้ละเอียดขึ้น พนักงานลงเวลาผ่านมือถือได้ ส่วน HR ตรวจสอบเวลา ตัวบุคคล และตำแหน่งที่ใช้ลงเวลาได้จากระบบ
โปรแกรมลงเวลาที่สแกนใบหน้าและ GPS ได้คืออะไร
โปรแกรมลงเวลา คือ โปรแกรมที่ให้พนักงานบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน พร้อมใช้ใบหน้าและตำแหน่งจากอุปกรณ์ช่วยตรวจสอบการลงเวลา ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบเพื่อให้หัวหน้างานหรือ HR ตรวจสอบต่อ ซึ่งระบบทั้งสองส่วนตอบคำถามต่างกัน ได้แก่
-
การสแกนใบหน้า: ช่วยตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ลงเวลา
-
GPS: ช่วยตรวจสอบว่าพนักงานลงเวลาจากตำแหน่งใด
เมื่อใช้ร่วมกัน องค์กรจึงตรวจสอบได้มากกว่าการดูเวลาเข้า–ออกเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ความสามารถจริง เช่น การกำหนดรัศมี จุดลงเวลา หรือวิธียืนยันใบหน้า ขึ้นอยู่กับแต่ละโปรแกรม องค์กรควรทดลองใช้กับสถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจ
การสแกนใบหน้าและ GPS ตรวจสอบอะไรได้บ้าง
การสแกนใบหน้าช่วยตรวจสอบตัวบุคคล
การสแกนใบหน้าใช้ข้อมูลใบหน้าของพนักงานเพื่อยืนยันตัวตนขณะลงเวลา ช่วยลดความเสี่ยงจากการฝากเพื่อนตอกบัตรหรือใช้บัญชีของผู้อื่นลงเวลา โดยมีกระบวนการทั่วไปมีดังนี้
-
พนักงานเปิดเมนูลงเวลาผ่านแอป
-
ระบบเปิดกล้องเพื่อบันทึกหรือตรวจสอบใบหน้า
-
พนักงานวางใบหน้าให้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด
-
ระบบตรวจสอบตัวบุคคลตามเงื่อนไข
-
บันทึกเวลาเข้าสู่ระบบ
องค์กรควรเลือกโปรแกรมที่อธิบายวิธีจัดเก็บและดูแลข้อมูลใบหน้าได้ชัดเจน รวมถึงกำหนดสิทธิ์ว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้
GPS ช่วยตรวจสอบตำแหน่งขณะลงเวลา
GPS ใช้ข้อมูลตำแหน่งจากมือถือเพื่อแสดงว่าพนักงานอยู่บริเวณใดในขณะที่กดลงเวลา องค์กรบางแห่งอาจกำหนดจุดหรือพื้นที่ที่อนุญาตให้ลงเวลา เช่น สำนักงาน สาขา พื้นที่โครงการ หรือจุดให้บริการลูกค้า
GPS จึงเหมาะกับพนักงานที่ไม่ได้ทำงานหน้าเครื่องสแกนตลอดเวลา เช่น
-
ทีมช่างหรือพนักงานบริการนอกสถานที่
-
พนักงานประจำร้านหรือสาขาหลายแห่ง
-
พนักงานในพื้นที่ก่อสร้างหรือโครงการ
-
ทีมที่ทำงานแบบ Hybrid
ควรเข้าใจว่า GPS ช่วยระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในขณะลงเวลา ความแม่นยำอาจเปลี่ยนตามสัญญาณ สภาพพื้นที่ และอุปกรณ์ที่ใช้ จึงควรมีขั้นตอนรองรับกรณีตำแหน่งคลาดเคลื่อนหรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง
โปรแกรม HR ที่ลงเวลาด้วย GPS ได้ และรองรับการสแกนใบหน้าในรูปแบบใด
แต่ละโปรแกรมรองรับการสแกนใบหน้าคนละรูปแบบ บางรายทำผ่านแอปมือถือได้โดยตรง บางรายรองรับผ่านเครื่องสแกนที่เชื่อมต่อ องค์กรจึงควรดูว่ารูปแบบไหนตรงกับลักษณะงานของตัวเอง
1. HumanSoft
HumanSoft เหมาะกับองค์กรที่ต้องการตรวจสอบทั้ง “ตัวบุคคล” และ “ตำแหน่ง” ผ่านมือถือ พนักงานสามารถสแกนใบหน้าและตรวจสอบ GPS ก่อนบันทึกเวลา นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการกำหนดพื้นที่ลงเวลา และโหมด Offline ที่บันทึกเวลาไว้ในเครื่องก่อนแล้วซิงก์เข้าระบบอัตโนมัติเมื่อกลับมามีสัญญาณ รวมถึงวิธีลงเวลาอื่น เช่น QR Code, Wi-Fi และ Beacon ข้อมูลเวลาสามารถส่งต่อไปยังการคำนวณเงินเดือนได้
เหมาะกับ: บริษัทหลายสาขา ทีมขาย พนักงานภาคสนาม และองค์กรที่ต้องการระบบ HR–Payroll ครบวงจร
Tips ดูข้อมูลการลงเวลาการทำงานเพิ่มเติม > ระบบลงเวลาทำงานของ HumanSoft
2. hrzoft
hrzoft รองรับการลงเวลาผ่าน GPS สามารถกำหนดสถานที่และรัศมีเข้า–ออกงานได้ และเว็บผู้ให้บริการระบุการยืนยันตัวตนด้วยการถ่ายรูปใบหน้าเก็บไว้ประกอบการตรวจสอบ ไม่ได้ระบุการเทียบใบหน้าอัตโนมัติผ่านแอป ส่วนการสแกนใบหน้ารองรับผ่านเครื่องสแกนที่เชื่อมต่อ พร้อมเชื่อมข้อมูลเวลาเข้ากับกะ OT การลา และการคำนวณเงินเดือน
เหมาะกับ: SME ที่ต้องการระบบ HR และ Payroll ออนไลน์พร้อมฟังก์ชันพื้นฐานครบในระบบเดียว
3. Tiger OpenSpace
Tiger OpenSpace จาก TIGERSOFT ลงเวลาผ่านแอปมือถือโดยระบุพิกัด GPS ได้ ส่วนการสแกนใบหน้ารองรับผ่านเครื่องบันทึกเวลาที่เชื่อมกับโปรแกรม HR และ Payroll
เหมาะกับ: โรงงาน สำนักงาน และองค์กรที่ต้องการใช้เครื่องสแกนใบหน้าหรือระบบควบคุมการเข้า–ออกประจำสถานที่
สแกนใบหน้ากับ GPS ต่างกันอย่างไร
|
ประเด็น |
สแกนใบหน้า |
GPS |
ใช้ร่วมกัน |
|
สิ่งที่ตรวจสอบ |
ตัวบุคคล |
ตำแหน่งอุปกรณ์ |
ตัวบุคคลและตำแหน่ง |
|
อุปกรณ์หลัก |
กล้องหรือมือถือ |
มือถือที่เปิดตำแหน่ง |
มือถือที่มีกล้องและ GPS |
|
ช่วยลดการลงเวลาแทนกัน |
ช่วยได้โดยตรง |
ตรวจสอบบุคคลไม่ได้โดยตรง |
ตรวจสอบได้ครอบคลุมขึ้น |
|
เหมาะกับ |
งานที่ต้องยืนยันผู้ลงเวลา |
งานหลายพื้นที่และนอกสถานที่ |
องค์กรที่ต้องตรวจทั้งคนและสถานที่ |
|
สิ่งที่ควรระวัง |
แสง กล้อง และการดูแลข้อมูลใบหน้า |
สัญญาณและตำแหน่งคลาดเคลื่อน |
ต้องกำหนดขั้นตอนเมื่อยืนยันไม่สำเร็จ |
การเลือกใช้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งองค์กร ฝ่ายสำนักงานอาจใช้เครื่องสแกนใบหน้า ขณะที่ทีมภาคสนามใช้แอปพร้อม GPS หากโปรแกรมรองรับหลายวิธีในระบบเดียว HR จะดูแลข้อมูลได้ง่ายกว่าการแยกใช้หลายระบบ
โปรแกรมลงเวลาที่สแกนใบหน้าและ GPS ได้ ช่วยลดปัญหาอะไร
ลดความเสี่ยงจากการลงเวลาแทนกัน
บัตรพนักงาน รหัสผ่าน หรือการเซ็นชื่ออาจถูกส่งต่อให้ผู้อื่นใช้ได้ การตรวจสอบใบหน้าช่วยให้ระบบมีข้อมูลยืนยันตัวผู้ลงเวลาเพิ่มขึ้น จึงลดช่องว่างจากการฝากเพื่อนลงเวลา
ตรวจสอบการลงเวลานอกพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
หากองค์กรกำหนดพื้นที่ทำงานไว้ ข้อมูล GPS จะช่วยให้ HR เห็นว่าการลงเวลาเกิดขึ้นใกล้พื้นที่นั้นหรือไม่ เหมาะกับองค์กรที่มีหลายสาขาหรือพนักงานออกไปทำงานตามจุดต่าง ๆ
ลดการรวมข้อมูลจากหลายสาขา
เมื่อทุกสาขาใช้โปรแกรมเดียวกัน ข้อมูลไม่ต้องถูกแยกเก็บในกระดาษ เครื่องตอกบัตร หรือไฟล์คนละชุด HR จึงตรวจสอบข้อมูลจากส่วนกลางได้โดยไม่ต้องรอแต่ละสาขาส่งเอกสาร
ลดงานบันทึกข้อมูลซ้ำ
โปรแกรมลงเวลาที่เชื่อมกับงาน HR ช่วยให้ข้อมูลเวลาอยู่ในขั้นตอนเดียวกับการตรวจสอบวันทำงาน วันลา หรือ OT หากระบบเชื่อมกับ Payroll ได้ HR ก็ไม่ต้องคัดลอกข้อมูลไปมาหลายโปรแกรมก่อนคำนวณเงินเดือน
ตรวจสอบรายการผิดปกติก่อนปิดรอบ
HR สามารถติดตามรายการลืมลงเวลา มาสาย ขาดงาน หรือข้อมูลที่ต้องตรวจสอบได้ก่อนถึงวันปิดรอบ ช่วยลดการตามแก้ข้อมูลจำนวนมากในช่วงเร่งด่วน
ลงเวลาด้วยใบหน้าและ GPS ผ่าน HumanSoft ทำอย่างไร
HumanSoft รองรับการลงเวลาของพนักงานผ่านแอป โดยใช้ GPS ช่วยตรวจสอบตำแหน่งและใช้การสแกนใบหน้าเพื่อช่วยยืนยันตัวบุคคล พนักงานจึงลงเวลาจากพื้นที่ทำงานตามเงื่อนไขที่องค์กรกำหนดได้ ขั้นตอนการใช้งานในภาพรวม ได้แก่
-
พนักงานเข้าสู่แอป HumanSoft
-
เปิดเมนูลงเวลาทำงาน
-
อนุญาตให้แอปเข้าถึงตำแหน่งและกล้องตามที่ระบบร้องขอ
-
ตรวจสอบวัน เวลา และตำแหน่ง
-
สแกนใบหน้าและกดบันทึกเวลา
-
ข้อมูลเข้าสู่ระบบให้ HR ตรวจสอบ
นอกจากการลงเวลา พนักงานยังสามารถใช้งานส่วนที่เกี่ยวข้องกับวันลา OT เปลี่ยนกะ ปฏิทิน และการแจ้งเตือนผ่านแอปได้ ส่วนข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบสามารถนำไปใช้ต่อในกระบวนการทำงานของ HR และ Payroll ตามการตั้งค่าขององค์กร
จุดสำคัญคือ องค์กรควรตั้งค่าพื้นที่ วิธีลงเวลา กะ และขั้นตอนตรวจสอบให้ตรงกับการทำงานจริง ไม่ควรใช้เงื่อนไขเดียวกับพนักงานทุกกลุ่มหากสถานที่และลักษณะงานแตกต่างกัน
สรุป โปรแกรมลงเวลาที่ดีต้องตรวจสอบได้มากกว่าเวลาเข้า–ออก
โปรแกรมลงเวลาที่สแกนใบหน้าและ GPS ได้ ช่วยให้องค์กรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ลงเวลาและลงเวลาจากตำแหน่งใด เหมาะกับองค์กรหลายสาขา ทีมภาคสนาม ธุรกิจที่ทำงานเป็นกะ และการทำงานแบบ Hybrid
ก่อนเลือกใช้ ควรพิจารณาทั้งความแม่นยำ ขั้นตอนเมื่อเกิดปัญหา การกำหนดพื้นที่ สิทธิ์เข้าถึงข้อมูล และการเชื่อมกับงาน HR ส่วนอื่น เพราะระบบที่เหมาะกับองค์กรควรช่วยลดงานต่อเนื่องตั้งแต่พนักงานลงเวลาไปจนถึง HR เตรียมข้อมูลทำเงินเดือน
หากกำลังมองหาโปรแกรมลงเวลาที่รองรับทั้ง GPS และการสแกนใบหน้า สามารถทดลองใช้ HumanSoft กับพื้นที่ กะ และรูปแบบการทำงานจริงขององค์กร เพื่อประเมินการใช้งานก่อนตัดสินใจ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมลงเวลาการสแกนใบหน้าและ GPS
ใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการลงเวลาด้วยใบหน้าและ GPS
โดยทั่วไปพนักงานต้องใช้สมาร์ตโฟนที่มีกล้อง รองรับ GPS และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ส่วนข้อกำหนดของอุปกรณ์ขึ้นอยู่กับแต่ละโปรแกรม
หาก GPS ระบุตำแหน่งคลาดเคลื่อน พนักงานควรทำอย่างไร
ควรตรวจว่าเปิดบริการตำแหน่งและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว จากนั้นลองลงเวลาในพื้นที่เปิด หากยังคลาดเคลื่อนให้แจ้งหัวหน้าหรือ HR ตามขั้นตอนขององค์กร
โปรแกรมลงเวลา GPS ติดตามพนักงานตลอดเวลาหรือไม่
ไม่ โปรแกรมของ HumanSoft บันทึกตำแหน่งเฉพาะขณะที่พนักงานกดลงเวลาเท่านั้น ไม่ได้ติดตามตำแหน่งต่อเนื่องระหว่างวัน ส่วนโปรแกรมอื่นควรตรวจสอบเงื่อนไขกับผู้ให้บริการโดยตรง และแจ้งพนักงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มใช้
พนักงานหลายสาขาใช้โปรแกรมลงเวลาเดียวกันได้ไหม
ได้ หากโปรแกรมรองรับการตั้งค่าหลายสาขา หลายพื้นที่ และสิทธิ์ของพนักงานแต่ละกลุ่ม ควรทดสอบการตั้งค่ากับโครงสร้างองค์กรจริงก่อนใช้งาน
การสแกนใบหน้าช่วยป้องกันการลงเวลาแทนกันได้หรือไม่
การสแกนใบหน้าช่วยตรวจสอบว่าผู้ลงเวลาเป็นบุคคลที่กำหนด จึงลดความเสี่ยงจากการฝากลงเวลาได้ แต่ต้องตั้งค่าและดูแลข้อมูลอย่างเหมาะสม
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

