โปรแกรม HR สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายสาขา เลือกยังไงให้คุ้ม
โปรแกรม HR สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายสาขาต้องทำได้อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ จัดกะและลงเวลาแยกรายสาขาได้ รวมข้อมูลทุกสาขาเข้าระบบเดียวแบบเรียลไทม์ และคำนวณค่าแรงหลายรูปแบบ ทั้งรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง ค่ากะ และคอมมิชชั่น ได้ในรอบปิดเดียว ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง สำนักงานใหญ่ก็จะกลับไปตามเก็บไฟล์จากสาขาเหมือนเดิม
โปรแกรม HR ร้านค้าปลีกหลายสาขา ต่างจากโปรแกรม HR ทั่วไปยังไง
ต่างกันที่โครงสร้างข้อมูล โปรแกรม HR ทั่วไปออกแบบมาสำหรับองค์กรที่มีที่ทำงานเดียว พนักงานเข้า 8 โมง ออก 5 โมง วันจันทร์ถึงศุกร์ แต่ธุรกิจค้าปลีกไม่ได้ทำงานแบบนั้น
ร้านค้าปลีกมีตัวแปรที่โปรแกรมต้องรองรับเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง ได้แก่
-
หลายสถานที่ พนักงานคนเดียวอาจสลับไปช่วยอีกสาขาในสัปดาห์เดียวกัน
-
หลายกะ กะเปิดร้าน กะปิดร้าน กะดึกในร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง
-
หลายสถานะการจ้าง พนักงานประจำ รายวัน พาร์ตไทม์รายชั่วโมง นักศึกษาฝึกงาน อยู่ในร้านเดียวกัน
-
หลายลำดับการอนุมัติ ผู้จัดการสาขาอนุมัติวันลาได้ แต่การอนุมัติ OT อาจต้องผ่านผู้จัดการเขต
พอมีตัวแปรเหล่านี้ โปรแกรมที่มีแค่ "ปุ่มตอกบัตร + ตารางเงินเดือน" จะเริ่มไม่พอตั้งแต่สาขาที่สาม
โปรแกรม HR สำหรับหลายสาขา ต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้าง
|
ฟีเจอร์ |
แก้ปัญหาอะไรของร้านหลายสาขา |
|
ลงเวลาผ่านมือถือพร้อมระบุพิกัด GPS และสแกนใบหน้า |
กันตอกบัตรแทนกัน และรู้ว่าพนักงานลงเวลาที่สาขาไหนจริง |
|
จัดกะล่วงหน้าและสลับกะข้ามสาขา |
เห็นภาพรวมกำลังคนทุกสาขาในหน้าจอเดียว ไม่ต้องโทรตามคนแทน |
|
แยกโครงสร้างองค์กรเป็นสาขา/เขต/ภาค |
ดึงรายงานแยกรายสาขาได้ทันที และกำหนดสิทธิ์ให้ผู้จัดการเห็นเฉพาะสาขาตัวเอง |
|
คำนวณค่าแรงหลายประเภทในรอบเดียว |
จบทั้งเงินเดือน ค่าแรงรายวัน รายชั่วโมง ค่ากะ คอมมิชชั่น ในสลิปเดียว |
|
ยื่นลา-อนุมัติผ่านมือถือ |
ผู้จัดการสาขากดอนุมัติได้จากหน้าร้าน ไม่ต้องรอกลับออฟฟิศ |
|
แดชบอร์ดต้นทุนแรงงานรายสาขา |
เห็นชั่วโมง OT และค่าแรงต่อสาขาระหว่างเดือน ไม่ต้องรอปิดงบ |
|
สลิปเงินเดือนออนไลน์ (e-Slip) |
ไม่ต้องส่งซองไปทีละสาขา พนักงานเปิดดูเองได้ |
ดูฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องได้ที่ >> ระบบบันทึกเวลาทำงาน และ ระบบคำนวณเงินเดือน ของ HumanSoft
เลือกโปรแกรม HR สำหรับธุรกิจหลายสาขควรดูที่อะไรบ้าง
-
เพิ่มสาขาใหม่แล้วคิดเงินเพิ่มไหม บางเจ้าคิดตามจำนวนสถานที่ บางเจ้าคิดตามจำนวนพนักงาน ถ้าคุณกำลังจะขยายสาขา สองแบบนี้ต่างกันมากในระยะยาว
-
พนักงานลงเวลาโดยไม่ต้องมีเครื่องสแกนได้ไหม สาขาเล็กอาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งเครื่อง การลงเวลาผ่านมือถือพร้อม GPS จึงยืดหยุ่นกว่า
-
รองรับพนักงานรายชั่วโมงและค่ากะจริงหรือไม่ ขอให้เขาทดลองคำนวณเคสพาร์ตไทม์ของคุณให้ดูจริง ไม่ใช่แค่ตอบว่า "รองรับครับ"
-
กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้แยกรายสาขาได้ละเอียดแค่ไหน ผู้จัดการสาขาควรเห็นเฉพาะทีมตัวเอง
-
ดึงรายงานเทียบระหว่างสาขาได้ไหม โดยเฉพาะชั่วโมง OT รายสาขา อัตราการขาดงาน และต้นทุนแรงงาน
-
ข้อมูลเดิมย้ายเข้าระบบได้แค่ไหน ประวัติพนักงาน ยอดวันลาคงเหลือ และยอดสะสมทั้งปี ควรย้ายมาได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่
-
มีทีมซัพพอร์ตภาษาไทยช่วงปิดรอบเงินเดือนไหม ถ้าระบบมีปัญหาวันที่ 25 คุณต้องติดต่อใครได้ทันที
ถ้าอยากเห็นภาพเปรียบเทียบกว้างขึ้นก่อนตัดสินใจ อ่านต่อได้ที่ เปรียบเทียบโปรแกรมเงินเดือน 5 อันดับสำหรับ SME หรือดู แพ็กเกจและราคา HumanSoft ที่คิดตามจำนวนพนักงาน เพิ่มสาขาได้โดยไม่ต้องซื้อไลเซนส์แยกรายสาขา
สรุป โปรแกรม HR สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายสาขา เลือกยังไงให้คุ้ม
ธุรกิจค้าปลีกหลายสาขาไม่ได้ต้องการโปรแกรม HR ที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่ต้องการโปรแกรมที่จัดการ "ความหลากหลาย" ได้ ทั้งหลายสาขา หลายกะ หลายรูปแบบการจ้าง และหลายลำดับการอนุมัติ โดยยังรวมข้อมูลกลับมาที่ส่วนกลางได้แบบเรียลไทม์
HumanSoft เป็น โปรแกรม HR ออนไลน์ครบวงจร ที่รองรับการทำงานหลายสาขาในระบบเดียว ตั้งแต่ลงเวลาผ่านมือถือ จัดกะ คำนวณเงินเดือน ไปจนถึงยื่นภาษีและประกันสังคม ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ได้เลย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม HR สำหรับธุรกิจค้าปลีก
ถาม : ธุรกิจค้าปลีกต้องมีกี่สาขาถึงคุ้มที่จะใช้โปรแกรม HR?
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่จุดเปลี่ยนมักอยู่ที่สาขาที่ 3 ขึ้นไป หรือเมื่อมีพนักงานรวมเกิน 20-30 คน เพราะเป็นจุดที่ HR ส่วนกลางเริ่มตามเก็บข้อมูลจากสาขาไม่ทันภายในรอบปิดเงินเดือน และเริ่มมีต้นทุนค่าเสียเวลามากกว่าค่าโปรแกรม
ถาม : พนักงานไปช่วยงานอีกสาขา ลงเวลาและคิดค่าแรงยังไง?
ระบบที่รองรับหลายสาขาจะให้พนักงานลงเวลาที่สาขาปลายทางได้ โดยบันทึกพิกัดและสาขาที่ทำงานจริงไว้ในรายการนั้น ทำให้ต้นทุนแรงงานถูกลงไปที่สาขาที่ได้ประโยชน์จริง ส่วนค่าแรงยังคำนวณจากเงื่อนไขการจ้างของตัวพนักงานเองตามปกติ
ถาม : ร้านเปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายค่าแรงเท่าไหร่?
ถ้าลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว เช่น พนักงานรายเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างในชั่วโมงทำงานปกติ แต่ถ้าเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด เช่น พนักงานรายวัน ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า ตามมาตรา 62 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และหากทำเกินเวลาทำงานปกติในวันหยุดนั้น ส่วนที่เกินคิดไม่น้อยกว่า 3 เท่าตามมาตรา 63
ถาม : ป้องกันพนักงานตอกบัตรแทนกันในร้านสาขาได้อย่างไร?
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือใช้การยืนยันตัวตนที่ลอกเลียนไม่ได้ ร่วมกับการตรวจตำแหน่ง เช่น สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ คู่กับการล็อกพิกัด GPS ให้ลงเวลาได้เฉพาะในรัศมีของสาขา
ถาม : พนักงานพาร์ตไทม์รายชั่วโมง ใช้โปรแกรม HR เดียวกับพนักงานประจำได้ไหม?
ได้ ถ้าโปรแกรมรองรับการตั้งค่าประเภทการจ้างหลายแบบในบริษัทเดียว ระบบจะคำนวณค่าแรงตามชั่วโมงที่ลงเวลาจริงสำหรับพาร์ตไทม์ และคำนวณตามฐานเงินเดือนสำหรับพนักงานประจำ โดยออกสลิปในรอบเดียวกัน
ถาม : เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรม HR ข้อมูลเดิมหายไหม?
ไม่หาย ถ้าเตรียมไฟล์ให้ครบก่อนย้าย ข้อมูลที่ควรเตรียมคือ ประวัติพนักงาน ฐานเงินเดือน ยอดวันลาคงเหลือ และยอดสะสมภาษีกับประกันสังคมของปีปัจจุบัน ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีเทมเพลตให้กรอกและช่วยนำเข้าข้อมูลให้ในช่วงเริ่มต้นใช้งาน
