แอป HR แบบไหนดี? เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเลือกใช้
แอป HR ที่ดีต้องใช้ง่ายทั้งพนักงาน หัวหน้า และ HR ทำงานจบบนมือถือ เชื่อมข้อมูลเข้าระบบเดียว และกำหนดสิทธิ์ปกป้องข้อมูลพนักงานได้ตาม PDPA
สารบัญ:
- แอป HR แบบไหนดี? เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเลือกใช้
- แอป HR สำหรับพนักงาน แอป HR สำหรับ HR และโปรแกรม HR ต่างกันอย่างไร?
- เช็กลิสต์เลือกแอป HR 10 ข้อ มีอะไรบ้าง?
- ฝั่งพนักงาน: แอป HR ใช้ง่ายพอให้ทุกคนใช้จริงไหม?
- ฝั่งหัวหน้าและ HR: งานจบในมือถือได้จริงไหม?
- ฝั่งความปลอดภัย: ข้อมูลพนักงานรั่วจากมือถือได้ไหม?
- ทดลองใช้แอป HR อย่างไรให้รู้ผลจริง?
- HumanSoft ตอบเช็กลิสต์นี้อย่างไร?
- สรุป แอป HR แบบไหนดี? เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเลือกใช้
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแอป HR บนมือถือ (FAQ)
แอป HR สำหรับพนักงาน แอป HR สำหรับ HR และโปรแกรม HR ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง 3 ส่วนอยู่ในระบบ HR เดียวกันแต่ใช้คนละกลุ่ม แอป HR สำหรับพนักงานให้พนักงานและหัวหน้าทำรายการเองบนมือถือ แอป HR สำหรับ HR ให้ HR ทำงานหลักได้จากมือถือ ตั้งแต่จัดการกะงานและ OT จนถึงคำนวณเงินเดือน ภาษี และประกันสังคม ส่วนโปรแกรม HR คือระบบหลักบนคอมพิวเตอร์สำหรับตั้งค่าและออกรายงาน ระบบที่ดีควรมีครบทั้ง 3 ส่วนบนฐานข้อมูลเดียวกัน
| ประเด็น | แอป HR สำหรับพนักงาน | แอป HR สำหรับ HR | โปรแกรม HR |
|---|---|---|---|
| ผู้ใช้หลัก | พนักงานทุกคน หัวหน้างาน | HR ผู้ดูแลระบบ เจ้าของกิจการ | ฝ่าย HR ฝ่ายบัญชี ผู้บริหาร |
| งานที่เหมาะ | ลงเวลา ยื่นลา ยื่น OT ดูสลิป อนุมัติคำขอของทีม | จัดการกะงานและ OT คำนวณเงินเดือน ภาษี ประกันสังคม ดูการเข้างานและการลา ปิดสิทธิ์ผู้ใช้ | ตั้งค่าโครงสร้างองค์กร นโยบาย และสูตรเงินเดือน ออกรายงานละเอียด |
| จุดที่ต้องเช็กเป็นพิเศษ | ใช้ง่ายพอสำหรับทุกคน | ทำงานหลักได้จบในแอป ผลคำนวณตรงกับโปรแกรม HR และสิทธิ์ของ HR แต่ละคน | ความถูกต้องของการตั้งค่าและรายงาน |
| ใช้เช็กลิสต์ข้อไหนตรวจ | ข้อ 1–5 และ 8 | ข้อ 6, 7 และ 9 | ข้อ 7 และ 10 |
แอป HR สำหรับพนักงาน (HR App for Employee)
หรือแอป ESS (Employee Self Service) ให้พนักงานลงเวลา ยื่นลา ยื่น OT และดูสลิปเงินเดือนได้เองจากมือถือ เป็นส่วนที่คนในองค์กรใช้บ่อยที่สุด จึงควรใช้ง่ายสำหรับพนักงานทุกกลุ่ม
แอป HR สำหรับ HR (HR App for HR)
แอปที่ดีควรให้ HR ทำงานหลักได้จบบนมือถือ ไม่ใช่แค่ดูข้อมูล แอปนี้เข้าถึงข้อมูลทั้งองค์กร จึงต้องเน้นเรื่องสิทธิ์มากกว่าแอปพนักงาน
- จัดการกะการทำงานและ OT ของพนักงาน
- คำนวณเงินเดือน ภาษี และประกันสังคม
- เช็กการเข้างานของวันนี้ และปิดสิทธิ์พนักงานที่ทำมือถือหายได้ทันที
โปรแกรม HR (HR Software)
ระบบหลักที่เก็บข้อมูลพนักงาน ใช้ตั้งค่านโยบาย กะ วันลา และสูตรเงินเดือน และออกรายงานละเอียดเป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ทั้ง 2 แอปดึงไปใช้ อ่านเพิ่มเติมที่ ระบบ HR คืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับองค์กรไทย
เช็กลิสต์เลือกแอป HR 10 ข้อ มีอะไรบ้าง?
เช็กลิสต์ 10 ข้อแบ่งเป็น 3 หมวด คือ ฝั่งพนักงาน 5 ข้อ ฝั่งหัวหน้าและ HR 2 ข้อ และฝั่งความปลอดภัย 3 ข้อ แอปที่ผ่านครบทุกข้อคือแอปที่พนักงานใช้จริงและ HR ไม่ต้องตามแก้งานทีหลัง

| ข้อ | หมวด | เช็กอะไร | ผ่านเมื่อ |
|---|---|---|---|
| 1 | พนักงาน | รองรับมือถือที่พนักงานมีอยู่ | ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android |
| 2 | พนักงาน | รองรับหลายภาษา เช่น ไทย อังกฤษ พม่า จีน มลายู | พนักงานแต่ละคนเลือกภาษาของตัวเองได้ |
| 3 | พนักงาน | เริ่มใช้ได้โดยไม่ต้องอบรมนาน | พนักงานใหม่ลงเวลาและยื่นลาได้เองตั้งแต่ครั้งแรก |
| 4 | พนักงาน | ลงเวลาทำงานสะดวก | ลงเวลาได้รวดเร็ว ยืนยันตำแหน่งได้ และพนักงานดูประวัติการลงเวลาของตัวเองได้ |
| 5 | พนักงาน | ยื่นเอกสารและตรวจสอบข้อมูลได้เอง | ยื่นลา/OT และดูสิทธิ์ลา เวลาทำงาน สลิปเงินเดือนได้โดยไม่ต้องถาม HR |
| 6 | หัวหน้าและ HR | อนุมัติเอกสารจบในแอป | หัวหน้าได้รับแจ้งเตือน และอนุมัติได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ |
| 7 | หัวหน้าและ HR | แยกสิทธิ์ตามบทบาท | แต่ละคนเห็นเฉพาะข้อมูลและเมนูที่ตำแหน่งตัวเองต้องใช้ |
| 8 | ความปลอดภัย | ปกป้องสลิปเงินเดือนและข้อมูลส่วนตัว | รองรับการตั้งรหัสผ่านสลิปเงินเดือนส่วนตัว ระบบปลอดภัยมาตรฐาน ISO |
| 9 | ความปลอดภัย | รับมือกรณีมือถือหายหรือพนักงานลาออก | HR ปิดสิทธิ์การเข้าใช้จากระบบได้ทันที |
| 10 | ความปลอดภัย | แอปยังได้รับการดูแล | มีอัปเดตสม่ำเสมอ และมีทีม Support ที่ติดต่อได้ |
ฝั่งพนักงาน: แอป HR ใช้ง่ายพอให้ทุกคนใช้จริงไหม?
ต้องใช้เองได้เกือบทุกคนโดยไม่มีคนช่วย ถ้ามีกลุ่มที่ใช้ไม่ได้ HR จะต้องกลับไปทำเอกสารกระดาษคู่กัน และงานไม่ลดลงจริง
1. รองรับมือถือที่พนักงานมีอยู่
- รองรับทั้ง iOS และ Android พร้อมระบุเวอร์ชันขั้นต่ำชัดเจน
- แอปไม่กินพื้นที่มาก และใช้งานได้แม้อินเทอร์เน็ตไม่แรง
- ลงเวลา ยื่นเอกสาร ดูสลิปได้ทันที
2. รองรับหลายภาษา ไทย อังกฤษ พม่า จีน มลายู
องค์กรที่มีพนักงานต่างชาติควรเลือกแอปที่รองรับภาษาของพนักงานทุกกลุ่ม เพราะอ่านเมนูไม่เข้าใจคือสาเหตุหลักที่พนักงานกดผิดและต้องมาถาม HR ดูตัวอย่างได้ที่ แอป HR ที่รองรับภาษาพม่า
- เช็กว่าแปลครบทุกเมนู รวมถึงประเภทการลา สถานะเอกสาร และข้อความแจ้งเตือน
- หัวหน้าที่ใช้ภาษาไทยยังอ่านคำขอของลูกทีมที่ใช้ภาษาอื่นได้เข้าใจ
3. ลงเวลาทำงานสะดวก
- ยืนยันตัวตนและตำแหน่งได้ เช่น GPS กำหนดรัศมีจุดลงเวลา หรือถ่ายรูปประกอบ
- รองรับหลายสาขา หลายกะ และพนักงานที่ออกหน้างาน
- เวลาที่ลงไหลเข้าระบบคำนวณมาสาย และขาดงาน
4. ยื่นเอกสารและตรวจสอบข้อมูลได้เอง
- ยื่นลา ยื่น OT ขอเพิ่มเวลา และแนบรูปใบรับรองแพทย์ได้จากมือถือ
- แอปเตือนก่อนกดส่งถ้าสิทธิ์ลาไม่พอ และติดตามสถานะคำขอได้
- ดูสิทธิ์ลาคงเหลือ ตรวจสอบทำงาน สลิปเงินเดือน และแบบ 50 ทวิ ได้เองโดยไม่ต้องถาม HR
ฝั่งหัวหน้าและ HR: งานจบในมือถือได้จริงไหม?
ได้ เมื่อหัวหน้าอนุมัติได้ครบทุกขั้นในแอป และแต่ละคนเห็นเฉพาะข้อมูลที่ตัวเองมีสิทธิ์
อนุมัติเอกสารจบในแอป
- ได้รับแจ้งเตือนทันที และอนุมัติ ไม่อนุมัติ หรือส่งกลับพร้อมเหตุผลได้ในแอป
- รองรับอนุมัติหลายขั้น และตั้งผู้อนุมัติแทนเมื่อหัวหน้าไม่อยู่
- ผลการอนุมัติไหลเข้าระบบเงินเดือนทันที HR ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ฝั่งความปลอดภัย: ข้อมูลพนักงานรั่วจากมือถือได้ไหม?
รั่วได้ ถ้าแอปไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 37 นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล
1. แยกสิทธิ์ตามบทบาท
สิทธิ์ตามบทบาท (Role-based access) คือการกำหนดว่าแต่ละตำแหน่งเห็นและทำอะไรได้บ้าง และควรมีบันทึกว่าใครเข้าดูหรือแก้ไขข้อมูลเมื่อไร (Audit log)
| บทบาท | เห็นอะไร | ทำอะไรได้ |
|---|---|---|
| พนักงาน | ข้อมูลของตัวเองเท่านั้น | ลงเวลา ยื่นคำขอ ดูสลิปของตนเอง |
| หัวหน้างาน | เวลาทำงานและคำขอของลูกทีม (ไม่เห็นเงินเดือน) | อนุมัติ/ไม่อนุมัติคำขอของทีม |
| HR | ข้อมูลพนักงาน เงินเดือน รายงาน และอื่น ๆ ตามสิทธิ์ที่ได้รับ | ตั้งค่าระบบ แก้ไขข้อมูล เปิด/ปิดสิทธิ์ผู้ใช้ คำนวณเงินเดือน จัดการเอกสาร จัดกะการทำงาน |
2. ปกป้องสลิปเงินเดือนและข้อมูลส่วนตัว
- ยืนยันตัวตนก่อนเปิดสลิป เช่น รหัส PIN สแกนนิ้ว หรือสแกนใบหน้า
- ผู้ให้บริการมีมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น ISO/IEC 27001 และทำสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) กับองค์กร
3. รับมือกรณีมือถือหายหรือพนักงานลาออก
- HR ปิดสิทธิ์บัญชีหรือบังคับออกจากระบบ (Force logout) จากหลังบ้านได้ทันที
- สิทธิ์การเข้าใช้งานแอปหมดอายุอัตโนมัติ HR สามารถตั้งวันที่ออกจากระบบได้
4. แอปยังได้รับการดูแล
- ดูวันอัปเดตล่าสุดใน App Store และ Google Play
- มีทีม Support ภาษาไทย และระบุเวลาตอบกลับชัดเจน
ทดลองใช้แอป HR อย่างไรให้รู้ผลจริง?
ทดลองกับพนักงานจริงทุกกลุ่ม แล้วใช้เช็กลิสต์ 10 ข้อให้คะแนน
- ให้พนักงานออฟฟิศ หน้างาน และต่างชาติ ติดตั้งแอปและลงเวลาเองโดยไม่อบรมล่วงหน้า
- ให้ยื่นลาและ OT แล้วให้หัวหน้าอนุมัติจากมือถือ
- ให้ HR ตรวจว่าข้อมูลเข้ารอบคำนวณเงินเดือนถูกต้องโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
- ทดสอบคำนวณเงินเดือนว่าถูกต้องหรือไม่
HumanSoft ตอบเช็กลิสต์นี้อย่างไร?
HumanSoft เป็นระบบ HR และเงินเดือนของคนไทย ที่มีครบทั้ง 3 ส่วนบนฐานข้อมูลเดียวกัน คือ HumanSoft App สำหรับพนักงาน HumanSoft For HR สำหรับ HR ที่จัดการกะงานและ OT และคำนวณเงินเดือน ภาษี ประกันสังคมได้จากมือถือ และโปรแกรม HR บนเว็บ
| ข้อ | เช็กลิสต์ | HumanSoft |
|---|---|---|
| 1 | รองรับมือถือที่พนักงานมีอยู่ | แอปบน iOS และ Android |
| 2 | รองรับหลายภาษา | 5 ภาษา ไทย อังกฤษ พม่า จีน มลายู เลือกได้รายบุคคล |
| 3 | เริ่มใช้ได้โดยไม่ต้องอบรมนาน | เมนูหลักอยู่หน้าแรก มีคู่มือและวิดีโอจาก HumanSoft Academy |
| 4 | ลงเวลาทำงานสะดวก | สแกนใบหน้า GPS QR Code Wi-Fi บีคอน รองรับหลายสาขาและหลายกะ |
| 5 | ยื่นเอกสารและตรวจสอบข้อมูลได้เอง | ยื่นลา OT ดูสิทธิ์ลา ประวัติเวลา และสลิปในแอป |
| 6 | อนุมัติเอกสารจบในแอป | แจ้งเตือนและอนุมัติในแอป หลายชั้นตามแพ็กเกจ ผลอนุมัติเข้าระบบเงินเดือนอัตโนมัติเข้าเงินเดือนอัตโนมัติ |
| 7 | แยกสิทธิ์ตามบทบาท | กำหนดสิทธิ์พนักงาน หัวหน้า และ HR แยกกัน |
| 8 | ปกป้องสลิปและข้อมูลส่วนตัว | ตั้งรหัส PIN หรือสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ · ISO/IEC 27001 |
| 9 | มือถือหายหรือพนักงานลาออก | HR ปิดสิทธิ์บัญชีจากระบบหลังบ้านได้ทันที |
| 10 | แอปยังได้รับการดูแล | อัปเดตต่อเนื่อง มี Product Update และทีม Support ภาษาไทย |
ลองเช็กลิสต์นี้กับพนักงานจริงได้ด้วย การทดลองใช้งาน HumanSoft ฟรี 30 วัน
สรุป แอป HR แบบไหนดี? เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเลือกใช้
แอป HR ที่ดีต้องผ่านครบ 3 มุม: พนักงานใช้เองได้บนมือถือและภาษาของตัวเอง หัวหน้าและ HR ทำงานจบในแอปตามสิทธิ์ของแต่ละคน และข้อมูลพนักงานปลอดภัยตาม PDPA ใช้เช็กลิสต์ 10 ข้อนี้เทียบทุกแอป แล้วตัดสินใจจากผลทดลองกับพนักงานจริง
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 · สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
- ISO/IEC 27001 Information security management systems
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแอป HR บนมือถือ (FAQ)
ถาม : แอป HR ฟรีกับแบบเสียเงินต่างกันอย่างไร?
ตอบ : แบบฟรีมักจำกัดจำนวนผู้ใช้และฟังก์ชัน ส่วนแบบเสียเงินรองรับการอนุมัติ รายงาน การเชื่อม Payroll และบริการช่วยเหลือมากกว่า
ถาม : พนักงานลืมมือถือหรือมือถือเสีย จะลงเวลาอย่างไร?
ตอบ : ใช้ช่องทางสำรองที่บริษัทกำหนด เช่น เว็บไซต์ LINE OA เครื่องลงเวลา หรือแจ้ง HR พร้อมหลักฐาน
ถาม : พนักงานไม่อยากโหลดแอปเพิ่ม มีทางเลือกไหม?
ตอบ : อาจใช้ผ่านเว็บไซต์ LINE OA หรืออุปกรณ์ส่วนกลาง ขึ้นอยู่กับช่องทางที่ระบบรองรับ
ถาม : ลบแอป HR ออกจากมือถือแล้ว ข้อมูลลงเวลาจะหายไหม?
ตอบ : ข้อมูลที่ส่งเข้าระบบแล้วไม่หาย แต่ควรเช็กรายการที่อาจค้างอยู่ในเครื่องก่อนลบแอป
ถาม : ควรทดลองใช้แอป HR นานแค่ไหนก่อนตัดสินใจ?
ตอบ : อย่างน้อย 14–30 วัน หรือให้ครบหนึ่งรอบงานจริงก่อนใช้ทั้งองค์กร
ถาม : แอป HR ต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาไหม?
ตอบ : ส่วนใหญ่ต้องใช้ แต่บางระบบมีโหมด Offline ให้ลงเวลาก่อน แล้วส่งข้อมูลอัตโนมัติเมื่อกลับมามีสัญญาณ
ถาม : แอป HR เก็บตำแหน่ง GPS ของพนักงานตลอดเวลาไหม?
ตอบ : แอปที่ออกแบบดีควรเก็บเฉพาะตอนลงเวลา และองค์กรควรแจ้งวัตถุประสงค์ผ่านประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
ถาม : ย้ายข้อมูลพนักงานจาก Excel เข้าแอป HR ยากไหม?
ตอบ : ส่วนใหญ่นำเข้าจากไฟล์ Excel ได้ ควรถามผู้ให้บริการว่ามีทีมช่วยขึ้นระบบหรือไม่
ถาม : แอป HR ใช้กับพนักงานรายวันหรือพาร์ทไทม์ได้ไหม?
ตอบ : ได้ ถ้าระบบรองรับค่าจ้างรายวันหรือรายชั่วโมงและการจัดกะ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
