HumanSoft โปรแกรม HR
Published: 27 ตุลาคม 25693 views
อัพเดทเทรนความรู้ทั่วไป
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คิดจากเงินอะไรบ้าง? - blog image preview
Blog>กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คิดจากเงินอะไรบ้าง?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คิดจากเงินอะไรบ้าง?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากค่าจ้างที่ตอบแทนงานปกติ เช่น เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน ค่าตำแหน่ง ไม่รวม OT โบนัส ค่าเบิกจริง เริ่มเก็บ 1 ม.ค. 2570 ฝ่ายละ 0.25% บังคับกับนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

 

อัปเดตล่าสุด 26 ตุลาคม 2569: พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เลื่อนการเริ่มจัดเก็บจากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้างและลูกจ้างจากสถานการณ์อุทกภัย ส่วนกฎกระทรวงที่ปรับช่วงเวลาของอัตราเงินสะสมและเงินสมทบให้สอดคล้องกับวันเริ่มใหม่ อยู่ระหว่างขั้นตอนออกกฎหมาย

 

การคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือ Employee Welfare Fund (EWF) ต้องใช้ “ค่าจ้าง” เป็นฐาน ไม่ได้ดูจากชื่อรายการในสลิปเงินเดือนเพียงอย่างเดียว HR จึงต้องพิจารณาว่าเงินแต่ละรายการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานปกติ หรือเป็นเพียงค่าใช้จ่าย สวัสดิการ รางวัล หรือค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลาปกติ

 

สารบัญ:

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้ฐานอะไรคำนวณ?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้ ค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นฐานคำนวณเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง

 

  • มาตรา 5 กำหนดว่า ค่าจ้าง คือ เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างในเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือตามผลงาน รวมถึงเงินในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้าง
  • มาตรา 131 กำหนดให้ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง นายจ้างหักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบในอัตราที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น HR ไม่ควรพิจารณาเฉพาะรายการที่ชื่อว่า “เงินเดือน” แต่ต้องตรวจเงินได้รายการอื่นด้วยว่าเข้าลักษณะค่าจ้างหรือไม่

 

อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ EWF เท่าไร?

พระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2569 กำหนดให้เริ่มจัดเก็บวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยอัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นไปตามร่างกฎกระทรวงที่คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ดังนี้

 

ระยะเวลา เงินสะสมลูกจ้าง เงินสมทบนายจ้าง
1 มกราคม 2570 - 31 ธันวาคม 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง

*ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 อัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายที่ประกาศใช้จริง

 

หมายเหตุ: นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบเพิ่มในส่วนของนายจ้างเอง ไม่ใช่การหักทั้งสองส่วนจากค่าจ้างของพนักงาน

 

นอกจากเงินเดือน ต้องนำเงินอะไรไปคำนวณ EWF?

เงินที่ต้องนำมาพิจารณารวมเป็นฐาน EWF คือเงินที่มีสาระเป็นค่าตอบแทนการทำงานปกติ แม้บริษัทจะใช้ชื่อรายการว่า “ค่า” หรือ “เงินเพิ่ม” ก็ตาม

 

นอกจากเงินเดือน ต้องนำเงินอะไรไปคำนวณ EWF?

 

1. ค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง และรายสัปดาห์

พนักงานไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานรายเดือนจึงจะมีฐาน EWF หากได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์ เงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนเวลาทำงานปกติถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณ

 

2. ค่าจ้างตามผลงานหรือค่าจ้างรายชิ้น

หากบริษัทจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนชิ้นงาน ยอดผลิต หรือผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติ เงินดังกล่าวเข้าลักษณะค่าจ้างตามนิยามในมาตรา 5 ตัวอย่างเช่น

  • ค่าจ้างผลิตสินค้าต่อชิ้น
  • ค่าจ้างตามจำนวนงานที่ทำสำเร็จ
  • ค่าจ้างตามยอดงานในเวลาทำงานปกติ

 

3. ค่าตำแหน่ง

ค่าตำแหน่งที่จ่ายให้ลูกจ้างเป็นประจำเพื่อตอบแทนหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือตำแหน่งงาน มีแนวโน้มเข้าลักษณะค่าจ้าง จึงควรนำมารวมเป็นฐานคำนวณ EWF อย่างไรก็ตาม HR ควรตรวจเงื่อนไขการจ่ายจริงประกอบด้วย ไม่ควรพิจารณาจากชื่อรายการเพียงอย่างเดียว

 

4. ค่าครองชีพที่จ่ายประจำโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนทุกงวด และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม อาจถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง เพราะเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำจากการทำงาน แต่หากเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะครั้งหรือจ่ายตามเหตุการณ์ ต้องตรวจวัตถุประสงค์และเงื่อนไขอีกครั้ง

 

5. เงินในวันหยุดและวันลาที่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง

นิยามค่าจ้างตามมาตรา 5 ครอบคลุมเงินที่นายจ้างจ่ายในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน แต่มีสิทธิได้รับค่าจ้างตามกฎหมายด้วย ตัวอย่างเช่น

  • วันหยุดตามประเพณีที่ได้รับค่าจ้าง
  • วันลาป่วยภายในสิทธิที่ได้รับค่าจ้าง
  • วันลาพักผ่อนประจำปี
  • วันลาอื่นที่กฎหมายหรือบริษัทกำหนดให้ได้รับค่าจ้าง

กรณีลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ต้องหักยอดที่ไม่ได้รับออกก่อน แล้วจึงคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบจากค่าจ้างที่เกิดขึ้นจริง

 

เงินประเภทใดโดยทั่วไปไม่รวมเป็นฐาน EWF?

เงินที่ไม่ได้จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ โดยทั่วไปไม่รวมเป็นฐานคำนวณ เช่น

 

  • ค่าล่วงเวลา (OT) ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
  • โบนัสที่จ่ายเป็นเงินพิเศษ
  • เงินช่วยเหลือเฉพาะครั้ง
  • ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน หรือค่าโทรศัพท์ที่เบิกตามจริง
  • เบี้ยเลี้ยงเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด
  • ค่ารักษาพยาบาลหรือสวัสดิการตามสิทธิ
  • ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง
  • เงินทดแทนค่าใช้จ่ายที่ลูกจ้างออกไปก่อน

 

ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดมีนิยามแยกจาก “ค่าจ้าง” ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน จึงไม่ควรนำมารวมเป็นฐาน EWF เพียงเพราะปรากฏอยู่ในสลิปเงินเดือนเดียวกัน

 

เงินประเภทใดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี?

บางรายการมีลักษณะก้ำกึ่ง ต้องดูเงื่อนไขการจ่ายจริงว่าเป็นการตอบแทนการทำงานปกติหรือไม่

 

รายการ มีแนวโน้มเป็นค่าจ้าง เมื่อ มีแนวโน้มไม่เป็นค่าจ้าง เมื่อ
ค่าคอมมิชชัน คำนวณจากยอดขายหรือผลงานที่ทำในเวลาทำงานปกติ และจ่ายเป็นประจำ เป็นรางวัลพิเศษเฉพาะครั้ง ไม่ผูกกับผลงานในเวลาทำงานปกติ
เบี้ยขยัน จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนทุกงวดโดยไม่มีเงื่อนไข จ่ายเพื่อจูงใจให้ไม่ขาด ลา มาสาย และจ่ายเฉพาะเมื่อทำได้ตามเงื่อนไข
เงินเหมาจ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ จ่ายจำนวนเท่ากันทุกงวด ไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่าย จ่ายเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน

*หากรายการใดยังไม่ชัดเจน ควรเก็บหลักฐานเงื่อนไขการจ่าย และสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนตั้งค่าในระบบ

 

ตัวอย่างคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

พนักงาน A ได้รับเงินในเดือนหนึ่งดังนี้

 

รายการ จำนวนเงิน นำมาคำนวณ EWF
เงินเดือน 20,000 บาท 20,000 บาท
ค่าตำแหน่งประจำ 2,000 บาท 2,000 บาท
ค่าครองชีพประจำ 1,000 บาท 1,000 บาท
ค่าล่วงเวลา (OT) 3,000 บาท ไม่รวม
ค่าเดินทางเบิกตามจริง 1,500 บาท ไม่รวม
โบนัสพิเศษ 5,000 บาท ไม่รวม
ฐานคำนวณ EWF รวมรับ 32,500 บาท 23,000 บาท

*ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569

 

เมื่อเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 มกราคม 2570 และใช้อัตราฝ่ายละ 0.25%

  • เงินสะสมของลูกจ้าง = 23,000 × 0.25% = 57.50 บาท
  • เงินสมทบของนายจ้าง = 23,000 × 0.25% = 57.50 บาท
  • เงินที่นำส่งรวม = 115 บาท

ตัวอย่างนี้ใช้สมมติฐานว่าค่าตำแหน่งและค่าครองชีพเป็นเงินประจำที่เข้าลักษณะค่าจ้าง หากเงื่อนไขการจ่ายจริงต่างออกไป HR ต้องพิจารณาใหม่ตามข้อเท็จจริง

 

HR ควรเตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนคำนวณ EWF?

ก่อนเริ่มใช้งานจริง HR ควรตรวจรายการเงินใน Payroll ทั้งหมด ไม่ควรเลือกเฉพาะรายการที่มีคำว่า “เงินเดือน” ขั้นตอนที่แนะนำ ได้แก่

 

  1. รวบรวมรายการรายได้ทั้งหมดของบริษัท
  2. ตรวจสัญญาจ้างและระเบียบการจ่ายเงินแต่ละรายการ
  3. แยกว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ค่าใช้จ่าย สวัสดิการ หรือรางวัล
  4. ตรวจว่าจ่ายในเวลาทำงานปกติหรือนอกเวลาปกติ
  5. กำหนดรายการที่ต้องนำไปคำนวณ EWF ในระบบ Payroll
  6. ทดลองคำนวณกับพนักงานตัวอย่างทุกกลุ่ม
  7. ตรวจยอดเงินสะสม เงินสมทบ และรายงานก่อนนำส่งจริง
  8. เก็บเอกสารประกอบการพิจารณาแต่ละรายการไว้ตรวจสอบย้อนหลัง

 

สรุป กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คิดจากเงินอะไรบ้าง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจาก “ค่าจ้าง” ที่ตอบแทนการทำงานปกติ ไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว เริ่มจัดเก็บ 1 มกราคม 2570 ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง

 

กลุ่ม รายการ
รวมเป็นฐาน EWF เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง รายชิ้น ค่าตำแหน่ง ค่าครองชีพประจำ เงินในวันหยุดและวันลาที่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง
โดยทั่วไปไม่รวม OT ค่าทำงานในวันหยุด โบนัส ค่าใช้จ่ายเบิกตามจริง สวัสดิการ ค่าชดเชย
พิจารณารายกรณี ค่าคอมมิชชัน เบี้ยขยัน เงินเหมาจ่ายบางประเภท

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ถาม : บริษัทที่มีลูกจ้างกี่คนต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง?

ตอบ : นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (นับรวมทุกสาขา) ต้องเข้ากองทุน ยกเว้นลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกิจการที่กฎหมายยกเว้น เช่น มูลนิธิ สมาคม และงานบ้านที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจ

 

ถาม : บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่พนักงานเป็นสมาชิกไม่ครบ ต้องเข้า EWF หรือไม่?

ตอบ : ต้องตรวจเป็นรายบุคคล เพราะลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจยังอยู่ในข่าย EWF นายจ้างไม่ควรยกเว้นทั้งบริษัทโดยอัตโนมัติ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ต้องเข้า EWF ไหม?

 

ถาม : พนักงานทดลองงานต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

ตอบ : ต้องเข้า สถานะทดลองงานไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นพ้นจากการเป็นลูกจ้าง หากนายจ้างและลูกจ้างอยู่ในข่ายตามกฎหมาย ย่อมมีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน

 

ถาม : ลูกจ้างต่างชาติต้องส่งเงิน EWF หรือไม่?

ตอบ : ให้พิจารณาว่าเป็นลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานและอยู่ในกิจการที่เข้าข่ายหรือไม่ สัญชาติไม่ได้เป็นเกณฑ์ยกเว้นโดยอัตโนมัติ

 

ถาม : ลูกจ้างขอไม่จ่ายเงินสะสม EWF ได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่ได้ เงินสะสมเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้างต้องหักจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่าย ลูกจ้างและนายจ้างตกลงยกเว้นกันเองไม่ได้

 

ถาม : ลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อไร?

ตอบ : ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ เมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต (กรณีเสียชีวิตจ่ายให้ผู้มีสิทธิ) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

 

ถาม : นายจ้างนำส่งเงิน EWF ล่าช้าหรือไม่ครบ มีผลอย่างไร?

ตอบ : นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับยอดที่ค้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจยอดและนำส่งให้ทันกำหนดทุกงวด

 

ถาม : ถ้าคำนวณหรือนำส่งยอดผิด HR ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : ตรวจสอบรอบเงินเดือน รายการค่าจ้าง และรายชื่อสมาชิก แล้วแก้ไขตามช่องทางและแบบที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

 

ถาม : กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่างจากประกันสังคมอย่างไร?

ตอบ : กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ดูแลโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่วนประกันสังคมอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม ดูแลโดยสำนักงานประกันสังคม นายจ้างจึงต้องคำนวณและนำส่งแยกกัน

 

ถาม : โปรแกรม HumanSoft รองรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

ตอบ : รองรับ ระบบ HR ของ HumanSoft จัดการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) ได้ตั้งแต่ตั้งค่ากองทุน เพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลกองทุนของพนักงาน นำเข้าข้อมูลผ่าน Excel ไปจนถึงออกรายงาน สกล.3 และ สกล.3-1 โดยใช้รูปแบบการทำงานเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ดูรายละเอียดได้ที่ โปรแกรม HR รองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และ EWF

 

อ้างอิง

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ทีมงาน HumanSoft พร้อมให้คำปรึกษาโปรแกรมเงินเดือน HumanSoftทดลองใช้ฟรี 30 วัน ครบทุกฟังก์ชัน งาน HR
  • บริการขึ้นระบบ ฟรี
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
ทดลองใช้งานฟรี
LINEแชทกับเราติดต่อเรา30 วันทดลอง
ใช้ฟรี