กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คิดจากเงินอะไรบ้าง?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากค่าจ้างที่ตอบแทนงานปกติ เช่น เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน ค่าตำแหน่ง ไม่รวม OT โบนัส ค่าเบิกจริง เริ่มเก็บ 1 ม.ค. 2570 ฝ่ายละ 0.25% บังคับกับนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
อัปเดตล่าสุด 26 ตุลาคม 2569: พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เลื่อนการเริ่มจัดเก็บจากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้างและลูกจ้างจากสถานการณ์อุทกภัย ส่วนกฎกระทรวงที่ปรับช่วงเวลาของอัตราเงินสะสมและเงินสมทบให้สอดคล้องกับวันเริ่มใหม่ อยู่ระหว่างขั้นตอนออกกฎหมาย
การคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือ Employee Welfare Fund (EWF) ต้องใช้ “ค่าจ้าง” เป็นฐาน ไม่ได้ดูจากชื่อรายการในสลิปเงินเดือนเพียงอย่างเดียว HR จึงต้องพิจารณาว่าเงินแต่ละรายการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานปกติ หรือเป็นเพียงค่าใช้จ่าย สวัสดิการ รางวัล หรือค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลาปกติ
สารบัญ:
- กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คิดจากเงินอะไรบ้าง?
- กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้ฐานอะไรคำนวณ?
- อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ EWF เท่าไร?
- นอกจากเงินเดือน ต้องนำเงินอะไรไปคำนวณ EWF?
- เงินประเภทใดโดยทั่วไปไม่รวมเป็นฐาน EWF?
- เงินประเภทใดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี?
- ตัวอย่างคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
- HR ควรเตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนคำนวณ EWF?
- สรุป กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คิดจากเงินอะไรบ้าง
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้ฐานอะไรคำนวณ?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้ ค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นฐานคำนวณเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง
- มาตรา 5 กำหนดว่า ค่าจ้าง คือ เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างในเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือตามผลงาน รวมถึงเงินในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้าง
- มาตรา 131 กำหนดให้ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง นายจ้างหักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบในอัตราที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น HR ไม่ควรพิจารณาเฉพาะรายการที่ชื่อว่า “เงินเดือน” แต่ต้องตรวจเงินได้รายการอื่นด้วยว่าเข้าลักษณะค่าจ้างหรือไม่
อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ EWF เท่าไร?
พระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2569 กำหนดให้เริ่มจัดเก็บวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยอัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นไปตามร่างกฎกระทรวงที่คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ดังนี้
| ระยะเวลา | เงินสะสมลูกจ้าง | เงินสมทบนายจ้าง |
|---|---|---|
| 1 มกราคม 2570 - 31 ธันวาคม 2574 | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.25% ของค่าจ้าง |
| ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เป็นต้นไป | 0.50% ของค่าจ้าง | 0.50% ของค่าจ้าง |
*ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 อัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายที่ประกาศใช้จริง
หมายเหตุ: นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบเพิ่มในส่วนของนายจ้างเอง ไม่ใช่การหักทั้งสองส่วนจากค่าจ้างของพนักงาน
นอกจากเงินเดือน ต้องนำเงินอะไรไปคำนวณ EWF?
เงินที่ต้องนำมาพิจารณารวมเป็นฐาน EWF คือเงินที่มีสาระเป็นค่าตอบแทนการทำงานปกติ แม้บริษัทจะใช้ชื่อรายการว่า “ค่า” หรือ “เงินเพิ่ม” ก็ตาม

1. ค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง และรายสัปดาห์
พนักงานไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานรายเดือนจึงจะมีฐาน EWF หากได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์ เงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนเวลาทำงานปกติถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณ
2. ค่าจ้างตามผลงานหรือค่าจ้างรายชิ้น
หากบริษัทจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนชิ้นงาน ยอดผลิต หรือผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติ เงินดังกล่าวเข้าลักษณะค่าจ้างตามนิยามในมาตรา 5 ตัวอย่างเช่น
- ค่าจ้างผลิตสินค้าต่อชิ้น
- ค่าจ้างตามจำนวนงานที่ทำสำเร็จ
- ค่าจ้างตามยอดงานในเวลาทำงานปกติ
3. ค่าตำแหน่ง
ค่าตำแหน่งที่จ่ายให้ลูกจ้างเป็นประจำเพื่อตอบแทนหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือตำแหน่งงาน มีแนวโน้มเข้าลักษณะค่าจ้าง จึงควรนำมารวมเป็นฐานคำนวณ EWF อย่างไรก็ตาม HR ควรตรวจเงื่อนไขการจ่ายจริงประกอบด้วย ไม่ควรพิจารณาจากชื่อรายการเพียงอย่างเดียว
4. ค่าครองชีพที่จ่ายประจำโดยไม่มีเงื่อนไข
ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนทุกงวด และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม อาจถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง เพราะเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำจากการทำงาน แต่หากเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะครั้งหรือจ่ายตามเหตุการณ์ ต้องตรวจวัตถุประสงค์และเงื่อนไขอีกครั้ง
5. เงินในวันหยุดและวันลาที่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง
นิยามค่าจ้างตามมาตรา 5 ครอบคลุมเงินที่นายจ้างจ่ายในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน แต่มีสิทธิได้รับค่าจ้างตามกฎหมายด้วย ตัวอย่างเช่น
- วันหยุดตามประเพณีที่ได้รับค่าจ้าง
- วันลาป่วยภายในสิทธิที่ได้รับค่าจ้าง
- วันลาพักผ่อนประจำปี
- วันลาอื่นที่กฎหมายหรือบริษัทกำหนดให้ได้รับค่าจ้าง
กรณีลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ต้องหักยอดที่ไม่ได้รับออกก่อน แล้วจึงคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบจากค่าจ้างที่เกิดขึ้นจริง
เงินประเภทใดโดยทั่วไปไม่รวมเป็นฐาน EWF?
เงินที่ไม่ได้จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ โดยทั่วไปไม่รวมเป็นฐานคำนวณ เช่น
- ค่าล่วงเวลา (OT) ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
- โบนัสที่จ่ายเป็นเงินพิเศษ
- เงินช่วยเหลือเฉพาะครั้ง
- ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน หรือค่าโทรศัพท์ที่เบิกตามจริง
- เบี้ยเลี้ยงเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด
- ค่ารักษาพยาบาลหรือสวัสดิการตามสิทธิ
- ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง
- เงินทดแทนค่าใช้จ่ายที่ลูกจ้างออกไปก่อน
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดมีนิยามแยกจาก “ค่าจ้าง” ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน จึงไม่ควรนำมารวมเป็นฐาน EWF เพียงเพราะปรากฏอยู่ในสลิปเงินเดือนเดียวกัน
เงินประเภทใดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี?
บางรายการมีลักษณะก้ำกึ่ง ต้องดูเงื่อนไขการจ่ายจริงว่าเป็นการตอบแทนการทำงานปกติหรือไม่
| รายการ | มีแนวโน้มเป็นค่าจ้าง เมื่อ | มีแนวโน้มไม่เป็นค่าจ้าง เมื่อ |
|---|---|---|
| ค่าคอมมิชชัน | คำนวณจากยอดขายหรือผลงานที่ทำในเวลาทำงานปกติ และจ่ายเป็นประจำ | เป็นรางวัลพิเศษเฉพาะครั้ง ไม่ผูกกับผลงานในเวลาทำงานปกติ |
| เบี้ยขยัน | จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนทุกงวดโดยไม่มีเงื่อนไข | จ่ายเพื่อจูงใจให้ไม่ขาด ลา มาสาย และจ่ายเฉพาะเมื่อทำได้ตามเงื่อนไข |
| เงินเหมาจ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ | จ่ายจำนวนเท่ากันทุกงวด ไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่าย | จ่ายเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน |
*หากรายการใดยังไม่ชัดเจน ควรเก็บหลักฐานเงื่อนไขการจ่าย และสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนตั้งค่าในระบบ
ตัวอย่างคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
พนักงาน A ได้รับเงินในเดือนหนึ่งดังนี้
| รายการ | จำนวนเงิน | นำมาคำนวณ EWF |
|---|---|---|
| เงินเดือน | 20,000 บาท | 20,000 บาท |
| ค่าตำแหน่งประจำ | 2,000 บาท | 2,000 บาท |
| ค่าครองชีพประจำ | 1,000 บาท | 1,000 บาท |
| ค่าล่วงเวลา (OT) | 3,000 บาท | ไม่รวม |
| ค่าเดินทางเบิกตามจริง | 1,500 บาท | ไม่รวม |
| โบนัสพิเศษ | 5,000 บาท | ไม่รวม |
| ฐานคำนวณ EWF | รวมรับ 32,500 บาท | 23,000 บาท |
*ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569
เมื่อเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 มกราคม 2570 และใช้อัตราฝ่ายละ 0.25%
- เงินสะสมของลูกจ้าง = 23,000 × 0.25% = 57.50 บาท
- เงินสมทบของนายจ้าง = 23,000 × 0.25% = 57.50 บาท
- เงินที่นำส่งรวม = 115 บาท
ตัวอย่างนี้ใช้สมมติฐานว่าค่าตำแหน่งและค่าครองชีพเป็นเงินประจำที่เข้าลักษณะค่าจ้าง หากเงื่อนไขการจ่ายจริงต่างออกไป HR ต้องพิจารณาใหม่ตามข้อเท็จจริง
HR ควรเตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนคำนวณ EWF?
ก่อนเริ่มใช้งานจริง HR ควรตรวจรายการเงินใน Payroll ทั้งหมด ไม่ควรเลือกเฉพาะรายการที่มีคำว่า “เงินเดือน” ขั้นตอนที่แนะนำ ได้แก่
- รวบรวมรายการรายได้ทั้งหมดของบริษัท
- ตรวจสัญญาจ้างและระเบียบการจ่ายเงินแต่ละรายการ
- แยกว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ค่าใช้จ่าย สวัสดิการ หรือรางวัล
- ตรวจว่าจ่ายในเวลาทำงานปกติหรือนอกเวลาปกติ
- กำหนดรายการที่ต้องนำไปคำนวณ EWF ในระบบ Payroll
- ทดลองคำนวณกับพนักงานตัวอย่างทุกกลุ่ม
- ตรวจยอดเงินสะสม เงินสมทบ และรายงานก่อนนำส่งจริง
- เก็บเอกสารประกอบการพิจารณาแต่ละรายการไว้ตรวจสอบย้อนหลัง
สรุป กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คิดจากเงินอะไรบ้าง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจาก “ค่าจ้าง” ที่ตอบแทนการทำงานปกติ ไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว เริ่มจัดเก็บ 1 มกราคม 2570 ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง
| กลุ่ม | รายการ |
|---|---|
| รวมเป็นฐาน EWF | เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง รายชิ้น ค่าตำแหน่ง ค่าครองชีพประจำ เงินในวันหยุดและวันลาที่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง |
| โดยทั่วไปไม่รวม | OT ค่าทำงานในวันหยุด โบนัส ค่าใช้จ่ายเบิกตามจริง สวัสดิการ ค่าชดเชย |
| พิจารณารายกรณี | ค่าคอมมิชชัน เบี้ยขยัน เงินเหมาจ่ายบางประเภท |
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ถาม : บริษัทที่มีลูกจ้างกี่คนต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง?
ตอบ : นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (นับรวมทุกสาขา) ต้องเข้ากองทุน ยกเว้นลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกิจการที่กฎหมายยกเว้น เช่น มูลนิธิ สมาคม และงานบ้านที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจ
ถาม : บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่พนักงานเป็นสมาชิกไม่ครบ ต้องเข้า EWF หรือไม่?
ตอบ : ต้องตรวจเป็นรายบุคคล เพราะลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจยังอยู่ในข่าย EWF นายจ้างไม่ควรยกเว้นทั้งบริษัทโดยอัตโนมัติ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ต้องเข้า EWF ไหม?
ถาม : พนักงานทดลองงานต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?
ตอบ : ต้องเข้า สถานะทดลองงานไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นพ้นจากการเป็นลูกจ้าง หากนายจ้างและลูกจ้างอยู่ในข่ายตามกฎหมาย ย่อมมีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ถาม : ลูกจ้างต่างชาติต้องส่งเงิน EWF หรือไม่?
ตอบ : ให้พิจารณาว่าเป็นลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานและอยู่ในกิจการที่เข้าข่ายหรือไม่ สัญชาติไม่ได้เป็นเกณฑ์ยกเว้นโดยอัตโนมัติ
ถาม : ลูกจ้างขอไม่จ่ายเงินสะสม EWF ได้หรือไม่?
ตอบ : ไม่ได้ เงินสะสมเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้างต้องหักจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่าย ลูกจ้างและนายจ้างตกลงยกเว้นกันเองไม่ได้
ถาม : ลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อไร?
ตอบ : ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ เมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต (กรณีเสียชีวิตจ่ายให้ผู้มีสิทธิ) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด
ถาม : นายจ้างนำส่งเงิน EWF ล่าช้าหรือไม่ครบ มีผลอย่างไร?
ตอบ : นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับยอดที่ค้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจยอดและนำส่งให้ทันกำหนดทุกงวด
ถาม : ถ้าคำนวณหรือนำส่งยอดผิด HR ต้องทำอย่างไร?
ตอบ : ตรวจสอบรอบเงินเดือน รายการค่าจ้าง และรายชื่อสมาชิก แล้วแก้ไขตามช่องทางและแบบที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด
ถาม : กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่างจากประกันสังคมอย่างไร?
ตอบ : กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ดูแลโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่วนประกันสังคมอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม ดูแลโดยสำนักงานประกันสังคม นายจ้างจึงต้องคำนวณและนำส่งแยกกัน
ถาม : โปรแกรม HumanSoft รองรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?
ตอบ : รองรับ ระบบ HR ของ HumanSoft จัดการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) ได้ตั้งแต่ตั้งค่ากองทุน เพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลกองทุนของพนักงาน นำเข้าข้อมูลผ่าน Excel ไปจนถึงออกรายงาน สกล.3 และ สกล.3-1 โดยใช้รูปแบบการทำงานเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ดูรายละเอียดได้ที่ โปรแกรม HR รองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และ EWF
อ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
- ราชกิจจานุเบกษา: พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569
- รัฐบาลไทย: ครม. รับทราบร่างกฎหมาย 3 ฉบับ และอัตราเงินสะสม/เงินสมทบ EWF
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงราย: ค่าคอมมิชชันถือเป็นค่าจ้างหรือไม่
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
