MBTI ใช้คัดคนเข้าทำงานได้ไหม HR ควรรู้อะไรก่อนประเมินผู้สมัคร
การเลือกคนให้เหมาะกับงานเป็นโจทย์สำคัญของ HR ดังนั้น จึงไม่ควรใช้ MBTI เป็นเกณฑ์คัดคนเข้าทำงาน เพราะ MBTI บอกเพียงแนวโน้มความชอบ เช่น ชอบคิดคนเดียวหรือชอบพบปะผู้คน แต่ไม่ได้วัดว่าผู้สมัครทำงานได้ดีแค่ไหน และผู้พัฒนาเครื่องมือเองก็ระบุว่าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการคัดเลือก HR ควรประเมินผู้สมัครจากทักษะที่ตำแหน่งต้องใช้ ผ่านการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและงานจำลอง ส่วน MBTI เหมาะกับการพัฒนาทีมหลังรับเข้าทำงานแล้ว
สารบัญ:
- MBTI ใช้คัดคนเข้าทำงานได้ไหม HR ควรรู้อะไรก่อนประเมินผู้สมัคร
- MBTI คืออะไร และบอกอะไรเกี่ยวกับคนทำงานได้บ้าง
- ทำไมไม่ควรใช้ MBTI คัดคนเข้าทำงาน
- ความเข้าใจผิดเรื่อง MBTI ที่ HR ควรระวัง
- HR ควรใช้วิธีอะไรประเมินผู้สมัคร
- ใช้ MBTI พัฒนาทีมอย่างไรให้เหมาะสม
- เช็กลิสต์ก่อนนำแบบประเมินมาใช้
- สรุป: HR ควรใช้ MBTI อย่างไร
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MBTI กับการคัดเลือกพนักงาน
MBTI คืออะไร และบอกอะไรเกี่ยวกับคนทำงานได้บ้าง
MBTI หรือ Myers-Briggs Type Indicator เป็นเครื่องมือประเมินแนวโน้มความชอบทางบุคลิกภาพ แบ่งออกเป็น 4 คู่ เมื่อนำมาประกอบกันจะได้บุคลิกภาพ 16 ประเภท เช่น INFP หรือ ESTJ
|
คู่บุคลิกภาพ |
สิ่งที่กรอบ MBTI อธิบาย |
|
E-I: Extraversion-Introversion |
แนวโน้มการมุ่งความสนใจและรับพลังจากโลกภายนอกหรือโลกภายใน |
|
S-N: Sensing-Intuition |
แนวโน้มการรับข้อมูลผ่านข้อเท็จจริงและรายละเอียด หรือภาพรวมและความเป็นไปได้ |
|
T-F: Thinking-Feeling |
แนวโน้มการตัดสินใจโดยให้น้ำหนักกับเหตุผลที่เป็นกลาง หรือคุณค่าและผลต่อผู้คน |
|
J-P: Judging-Perceiving |
แนวโน้มการจัดการโลกภายนอกด้วยข้อสรุปและแผน หรือเปิดรับข้อมูลและทางเลือกเพิ่มเติม |
ตารางนี้อธิบายแนวโน้มความชอบตามกรอบ MBTI ไม่ใช่คะแนนวัดความเก่ง และไม่ใช่ข้อกำหนดว่าบุคคลต้องแสดงพฤติกรรมแบบเดียวเสมอ คนหนึ่งคนใช้ความชอบทั้งสองด้านได้ แม้อาจรู้สึกถนัดด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า
ทำไมไม่ควรใช้ MBTI คัดคนเข้าทำงาน
เหตุผลหลักคือ MBTI ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำนายผลการทำงานหรือคัดเลือกผู้สมัคร The Myers-Briggs Company ระบุว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมสำหรับการจ้างงานและการคัดเลือก แม้จะใช้ในงานพัฒนาบุคคลได้ HR จึงไม่ควรนำประเภทบุคลิกภาพไปกำหนดคะแนนผ่านหรือไม่ผ่าน หรือใช้เป็นตัวตัดสินเมื่อผู้สมัครมีคะแนนใกล้กัน
1. ความชอบไม่ได้ยืนยันความสามารถ
ผู้สมัครที่ชอบคิดคนเดียวอาจนำเสนอและเจรจากับลูกค้าได้ดี ส่วนคนที่ชอบพบปะผู้อื่นก็อาจยังขาดทักษะการฟังหรือการติดตามงาน
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า HR ต้องประเมินทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง แยกจากภาพจำเรื่องบุคลิกภาพ
2. การกำหนดประเภทที่ต้องการอาจทำให้มองข้ามคนที่เหมาะกับงาน
หากประกาศรับสมัครเฉพาะบางประเภท ผู้สมัครที่มีทักษะและประสบการณ์ตรงอาจถูกตัดออกก่อนแสดงความสามารถ แนวทางของ Myers & Briggs Foundation ระบุว่าไม่ควรใช้ MBTI ในการจ้างงานหรือเลือกคนเข้าตำแหน่ง
3. การมีเครื่องมือหลายอย่างไม่ได้ทำให้การใช้ MBTI คัดคนเหมาะสมขึ้น
การสัมภาษณ์ร่วมกับ MBTI ไม่ได้แก้ข้อจำกัดของ MBTI หาก HR ยังใช้ผลประเภทบุคลิกภาพเป็นคะแนนคัดเลือก เครื่องมือแต่ละชนิดต้องเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้ตั้งแต่ต้น
ความเข้าใจผิดเรื่อง MBTI ที่ HR ควรระวัง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นภาพจำที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมแนวทางเปลี่ยนเป็นการประเมินจากหลักฐานของผู้สมัคร
|
ภาพจำที่ไม่ควรใช้ตัดสิน |
วิธีประเมินที่ตรงกับงานมากกว่า |
|
คนประเภท I ไม่เหมาะกับงานขาย |
ให้จำลองการคุยกับลูกค้า ประเมินการฟังและการเสนอทางออก |
|
คนประเภท E ต้องสื่อสารเก่ง |
ให้เล่าเรื่องงานหรืออธิบายปัญหา ประเมินความชัดเจนของคำตอบ |
|
คนประเภท T ต้องตัดสินใจดีกว่า F |
ให้แก้สถานการณ์เดียวกัน ประเมินเหตุผล ข้อมูล และผลกระทบที่พิจารณา |
|
คนประเภท J ต้องทำงานละเอียด |
ให้ตรวจข้อมูลจำลอง ประเมินความถูกต้องและวิธีตรวจซ้ำ |
|
คนประเภทเดียวกับทีมจะทำงานเข้ากันได้ |
ถามถึงการทำงานกับคนที่คิดต่าง และพิจารณาตัวอย่างพฤติกรรมจริง |
คำถามสำคัญสำหรับ HR คือ “มีหลักฐานอะไรว่าเขาทำงานนี้ได้?” ทุกเกณฑ์คัดเลือกควรตอบคำถามนี้ได้ โดยไม่อาศัยตัวอักษรบุคลิกภาพแทนหลักฐาน
HR ควรใช้วิธีอะไรประเมินผู้สมัคร
เริ่มจากงานที่ตำแหน่งนั้นต้องทำ แล้วเลือกวิธีที่แสดงทักษะหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง แนวทางที่นำไปปรับใช้ได้มีดังนี้
1. กำหนดทักษะที่จำเป็นก่อนเปิดรับสมัคร
เขียนให้ชัดว่าพนักงานต้องทำอะไร และผลงานที่ยอมรับได้เป็นอย่างไร เช่น ตำแหน่ง HR Payroll ต้องตรวจข้อมูลเงินเดือน ใช้ตารางคำนวณ และอธิบายรายการเงินให้พนักงานเข้าใจ
เปลี่ยนคำกว้าง ๆ อย่าง “บุคลิกดี” หรือ “เข้ากับทีมได้” ให้เป็นพฤติกรรมที่ประเมินได้ เช่น สรุปข้อมูลได้ครบ รับฟังคำถาม และประสานงานเมื่อข้อมูลไม่ตรงกัน
2. ใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หรือ Structured Interview ใช้คำถามหลักที่กำหนดไว้ล่วงหน้า พร้อมเกณฑ์ให้คะแนนเดียวกัน
ตัวอย่างคำถามสำหรับตำแหน่ง HR Payroll:
-
หากพบยอดเงินเดือนผิดก่อนวันจ่าย คุณจะตรวจสอบและจัดการอย่างไร?
-
เล่าครั้งที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่ายให้ทันกำหนด คุณติดตามงานอย่างไร?
-
หากพนักงานไม่เข้าใจยอดเงินหัก คุณจะอธิบายและตรวจสอบข้อมูลร่วมกันอย่างไร?
ควรกำหนดองค์ประกอบของคำตอบที่ดีไว้ก่อน เช่น ตรวจต้นทางข้อมูล ประเมินผลกระทบ แจ้งผู้เกี่ยวข้อง และตรวจผลหลังแก้ไข
3. ใช้แบบทดสอบงานจำลอง
แบบทดสอบงานจำลอง หรือ Work Sample ให้ผู้สมัครทำกิจกรรมใกล้เคียงกับงานจริง ควรเลือกทดสอบทักษะที่จำเป็นตั้งแต่เริ่มงาน และหลีกเลี่ยงการใช้ขั้นตอนเฉพาะของบริษัทที่ผู้สมัครยังไม่ได้รับการสอนมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน
|
ตำแหน่ง |
ตัวอย่างงานจำลอง |
สิ่งที่ประเมิน |
|
HR Payroll |
ตรวจข้อมูลเงินเดือนจำลองที่มีข้อผิดพลาด |
ความถูกต้องและลำดับการตรวจสอบ |
|
พนักงานขาย |
จำลองการรับฟังความต้องการลูกค้า |
การตั้งคำถามและเสนอทางออก |
|
Customer Service |
ร่างคำตอบต่อข้อร้องเรียน |
ความชัดเจนและการแก้ปัญหา |
|
Content Marketing |
เขียนเนื้อหาจาก brief สั้น ๆ |
ความเข้าใจโจทย์และการสื่อสาร |
ตัวอย่างในตารางเป็นข้อเสนอสำหรับนำไปปรับใช้ ควรใช้ข้อมูลสมมติ กำหนดเวลาให้เหมาะสม และแจ้งเกณฑ์ให้ผู้สมัครทราบ
4. หากใช้แบบประเมินอื่น ต้องตรวจหลักฐานของเครื่องมือนั้น
อย่าเลือกแบบประเมินเพียงเพราะนิยมใช้ หรือระบุว่าเป็น “แบบทดสอบบุคลิกภาพ” ควรขอเอกสารเรื่องความน่าเชื่อถือ และหลักฐานว่าเหมาะกับการคัดเลือกในบริบทงานที่ต้องการ
แบบประเมินบุคลิกภาพแต่ละชนิดมีวัตถุประสงค์ต่างกัน และไม่ควรใช้ผลจากเครื่องมือเดียวตัดสินการจ้างงาน
ใช้ MBTI พัฒนาทีมอย่างไรให้เหมาะสม
ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยเรื่องความแตกต่างและการทำงานร่วมกัน Myers & Briggs Foundation ระบุการประยุกต์ใช้ในองค์กร เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การจัดการความขัดแย้ง และการพัฒนาผู้นำ
ตัวอย่างการนำไปใช้หลังรับเข้าทำงาน:
-
พูดคุยว่าพนักงานชอบรับข้อมูลก่อนประชุมหรือแลกเปลี่ยนระหว่างประชุม
-
เปิดโอกาสให้ทีมบอกวิธีรับ feedback ที่ช่วยให้เข้าใจและนำไปปรับใช้ได้
-
สำรวจว่าความต่างในการวางแผนทำให้เกิดปัญหาตรงไหน และตกลงวิธีติดตามงานร่วมกัน
-
ให้แต่ละคนสะท้อนว่าผลประเมินตรงกับประสบการณ์ของตนหรือไม่
แนวทางสำหรับ HR คือให้เจ้าตัวอธิบายความต้องการของตนด้วย ไม่ใช้ผลประเมินแทนการพูดคุย เช่น ถามว่า “คุณอยากได้รับ brief แบบไหน?” แทนการสรุปว่าคนประเภทนี้ต้องทำงานแบบใด
เพื่อให้กิจกรรมพัฒนาทีมเหมาะสม ควรแจ้งวัตถุประสงค์ เปิดให้เข้าร่วมโดยสมัครใจ และตกลงเรื่องการเปิดเผยผลให้ชัดเจน ไม่ควรนำผลไปใช้จัดอันดับคนหรือจำกัดโอกาสในการทำงาน
เช็กลิสต์ก่อนนำแบบประเมินมาใช้
เช็กลิสต์นี้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับ HR เพื่อแยกการคัดเลือกออกจากการพัฒนาให้ชัดเจน
-
ระบุได้ว่าต้องการประเมินทักษะหรือเรื่องใด
-
ตรวจว่าเครื่องมือรองรับวัตถุประสงค์นั้น
-
มีเอกสารประกอบและผู้แปลผลที่เข้าใจข้อจำกัด
-
ใช้เกณฑ์เดียวกันกับผู้สมัครในตำแหน่งเดียวกัน
-
มีหลักฐานอื่นประกอบ เช่น งานจำลองและการสัมภาษณ์
-
แจ้งวัตถุประสงค์ ผู้เข้าถึงผล และระยะเวลาเก็บข้อมูล
-
บันทึกเหตุผลการคัดเลือกจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับงาน
หากปัจจุบันบริษัทใช้ MBTI ให้คะแนนผู้สมัคร ควรถอดคะแนนส่วนนี้ออกจากเกณฑ์คัดเลือก แล้วทบทวนว่าทักษะที่ต้องการสามารถประเมินผ่านคำถามหรืองานจำลองใดได้บ้าง
สรุป: HR ควรใช้ MBTI อย่างไร
ไม่ควรใช้ MBTI เป็นเกณฑ์รับหรือปฏิเสธผู้สมัคร การคัดเลือกควรพิจารณาคุณสมบัติ ทักษะ และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานผ่านหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ส่วน MBTI ควรนำไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาและทำความเข้าใจทีม โดยไม่ตีกรอบความสามารถหรือโอกาสของพนักงาน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MBTI กับการคัดเลือกพนักงาน
ถาม : MBTI ใช้คัดคนเข้าทำงานได้ไหม?
ตอบ : ไม่ควรใช้ MBTI ตัดสินรับหรือปฏิเสธผู้สมัคร เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำนายผลงานหรือใช้คัดเลือกพนักงาน
ถาม : ใช้ MBTI ร่วมกับการสัมภาษณ์ได้หรือไม่?
ตอบ : ไม่ควรนำผล MBTI มาเป็นคะแนนคัดเลือก แม้จะมีการสัมภาษณ์ประกอบ หากต้องการพัฒนาทีม ควรแยกกิจกรรม MBTI ออกจากการตัดสินใจจ้างงาน
ถาม : มี MBTI ประเภทไหนเหมาะกับตำแหน่ง HR มากที่สุด?
ตอบ : ไม่ควรกำหนดประเภท MBTI เป็นคุณสมบัติรับสมัคร HR ควรประเมินทักษะที่ตำแหน่งต้องใช้ เช่น การสื่อสาร การตรวจข้อมูล และการจัดการปัญหา
ถาม : ถ้าไม่ใช้ MBTI ควรประเมินผู้สมัครอย่างไร?
ตอบ : กำหนดทักษะที่จำเป็น ใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และทดสอบงานจำลองที่เหมาะกับระดับตำแหน่ง พร้อมพิจารณาประสบการณ์และผลงานประกอบ
ถาม : MBTI ยังมีประโยชน์กับองค์กรหรือไม่?
ตอบ : สามารถใช้ประกอบกิจกรรมทำความเข้าใจตนเอง การสื่อสาร และการพัฒนาทีม โดยไม่ใช้ผลบุคลิกภาพจัดอันดับหรือจำกัดโอกาสของพนักงาน
